"เรืองไกร" ร้องสภาฯพรุ่งนี้ พบร่างพรบ.งบปี63 ส่อขัดรธน.-เข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบและเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2563 ในกรอบวงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ว่า น่าจะมีปัญหาเนื่องจากการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่ได้ทำขึ้นตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายประการ คือ 1. ขั้นตอนการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว มีการเห็นชอบก่อนการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น เพราะมีหลักฐานชัดว่า ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ลงนามเสนอนายกฯ วันที่ 25 ก.ค. นายกรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบ วันที่ 26 ก.ค.แต่การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นวันที่ 27 ก.ค. เวลา 03.33 น.
2.คำของบประมาณตามกรอบร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่ได้ทำขึ้นใหม่หลังการแถลงนโยบาย แต่เป็นการนำคำขอต่อรัฐบาลชุดก่อนที่อนุมัติกรอบงบประมาณไว้ตั้งแต่ 8 ม.ค. 2562 มาทบทวนและปรับปรุงตัวเลขเพียงบางส่วนพอเป็นพิธีเท่านั้น 3.เนื่องจากพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 2560 มาตรา 10 วรรคสาม บังคับว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย แต่แผนแม่บทประกาศออกมาเมื่อ 18 เม.ย. 2562 ดังนั้น คำของบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ที่ขอไว้ก่อน จึงไม่ชอบ
และ 4.ร่างพ.ร.บ.งบประมาณดังกล่าว จึงเป็นการจ่ายเงินแผ่นดินที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 140 ซึ่งการจ่ายเงินแผ่นดินโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้น เคยมีบรรทัดฐานไว้ในคำวินิจฉัยที่ 3-4/2557 ของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ส่วนกรณีร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ที่รัฐบาลจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ซึ่งจัดทำขึ้นไม่ชอบตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้น เข้าข่ายเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย จึงไม่อาจทำได้ และหากปล่อยให้มีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรก็จะมีปัญหาตามมาได้
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ ตนจึงจำเป็นต้องทำหนังสือพร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่มาจากมติ ครม. หลายวาระ ไปร้องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เห็นความไม่ถูกต้องดังกล่าว และหวังว่านายชวน จะรีบพิจารณาตามหลักกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และเตรียมส่งคืนร่างพรบ. งบประมาณ 2563 ให้ ครม. นำกลับไปจัดทำใหม่ให้ถูกต้องตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป โดยตนจะไปยื่นหนังสือที่สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 ต.ค.นี้