นายกฯ ตรวจอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ก่อนเปิดจริง ก.ย. ขอมองรบ.อย่างเป็นธรรม อย่าขัดแย้งจนชาติเดินไม่ได้

การเมือง7 ส.ค. 2566 • 15:38 น.
นายกฯ ตรวจอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ก่อนเปิดจริง ก.ย. ขอมองรบ.อย่างเป็นธรรม อย่าขัดแย้งจนชาติเดินไม่ได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ส.ค. 2566 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม และรักษาการราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายธนกร วังบุญคงชนะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าตรวจความพร้อมเปิดใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1)  

 

โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะตรวจเยี่ยมระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) และตรวจเยี่ยมพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1) พร้อมดูพื้นที่ทางวิ่งเส้นที่ 3 บริเวณอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1) ด้านทิศตะวันตก

 

ทั้งนี้ระหว่างการตรวจเยี่ยมความพร้อม นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย ได้รายงานถึงความคืบหน้าในการดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ  โดยได้เชิญนายกรัฐมนตรี ทดลองรถไฟฟ้า APM ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าระบบล้อยางแบบไร้คนขับเพื่อใช้ในการรับส่งผู้โดยสาร พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังได้สอบถามความคืบหน้าการดำเนินการในทุกๆด้านและชื่นชมการทำงานที่ดำเนินการมาได้อย่างดี รวมถึงการนำ ประติมากรรมช้างคู่โลหะ หงส์คู่ พระปางเปิดโลก จากวัดผาซ่อนแก้วจังหวัดเพชรบูรณ์ มาจัดไว้ให้ผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศประทับใจถึงศิลปและวัฒนธรรมไทย

 

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีพร้อคณะยังได้แวะพัก อิริยาบถ ด้วยการดื่มกาแฟและของว่างหลังจากที่เดินตรวจความพร้อม ระยะทางกว่า 1.5 กิโลเมตร

       

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังตรวจความพร้อมเปิดใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ช่วยกันทำงานของรัฐบาลให้ประสบความสำเร็จ และมีอีกหลายอย่างที่ได้ทำไว้แล้ว ซึ่งตนจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนในพื้นที่อีอีซี สนามบินอู่ตะเภาท่าเรืออีกครั้งเพราะนี่คือผลงานที่รัฐบาลได้เริ่มไว้แล้ว จะถือเป็นความก้าวหน้า 

 

"ถ้าเรามองอย่างเป็นธรรมเห็นด้วยตา อ่านอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ดูว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นง่ายๆ ถ้าเราไม่ร่วมมือกันมันทำไม่ได้ทั้งหมด และนี่คือตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าวันข้างหน้าเราจะต้องร่วมมือกันอย่างนี้ ซึ่งจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นอีกมากมายหลายมิติ วันนี้จากการรับฟังรายงานทราบว่าทุกอย่างดีขึ้น นักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 150,000 คน ขณะเดียวกันการบินไทยเราก็พลิกฟื้นขึ้นมาในระดับที่น่าพอใจ และคาดว่าน่าจะแก้ปัญหาได้เร็วกว่าเดิม 1 ปีในการที่จะเป็นสนามบินแห่งชาติถือว่าทุกคนช่วยกัน ดังนั้นไม่ว่าจะติติงอะไรต่างๆก็ตามอย่าลืมว่าเราทำอะไรและจะได้อะไร อะไรที่ยังไม่เคยทำ แล้วทำหรือเปล่า อันนี้ต้องคิดและช่วยกันทำความเข้าใจด้วย อย่าให้มันมีความขัดแย้งไปเรื่อยๆทุกๆเรื่องจนกระทั่งประเทศชาติเดินหน้าไปไม่ได้ ผมมีแค่นี้ และต้องขอบคุณทุกคน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว