"อัษฎางค์" ย้อน "แม่ธนาธร" อย่าอ้างโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง เปิดหลักฐานอ้างอิงปมซื้อที่ดิน

การเมือง6 เม.ย. 2565 • 07:10 น.
"อัษฎางค์" ย้อน "แม่ธนาธร" อย่าอ้างโดนกลั่นแกล้งทางการเมือง เปิดหลักฐานอ้างอิงปมซื้อที่ดิน
วันที่ 6 เม.ย. 65 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า... ตอนจ่ายเงินซื้อที่ ตนเองก็เซ็นยอมรับทราบว่า ได้ซื้อที่ดินในเขตป่าสงวน ที่อาจผิดกฎหมายและโดนเพิกถอน ตอนนี้เรื่องเพิ่งจะมาแดง กลับโทษว่า เป็นเพราะลูกชายมาเล่นการเมือง ทั้งลูกชายและต้นเองเลยถูกกลั่นแกล้ง อัษฎางค์ ยมนาค จะพามาไล่เรียงว่ามีหลักฐานอ้างอิงอะไรบ้าง 1 เมษายน 2565 กรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก. ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ นางสาวชนาพรรณ และนายธนาธร เนื่องจากพบว่าเป็นที่ป่าไม้ถาวร ต่อมานางสมพรได้ออกมาตัดพ้อ โดยมีใจความว่า “ฉันมีที่ดินผืนนี้มา 30 ปีไม่เคยมีปัญหาอะไร จนกระทั่งลูกชายมาทำงานการเมือง ลูกก็โดนยัดคดีร้ายแรงให้สารพัด ส่วนตัวฉันเองก็โดนร้องเรียนว่ารุกป่า กินป่า เป็นเรื่องเป็นราวเป็นคดีใหญ่โต ฉันยืนยันตรงนี้ว่าที่ผืนนี้ ถึงจะซื้อมาถูกกฎหมายทุกประการ มีเอกสารสิทธิ์เรียบร้อย แต่อยู่มาวันหนึ่งรัฐบอกว่าผิด จะเพิกถอน ฉันไม่มีปัญหา แต่ต้องไปพิสูจน์ถูกผิดกันตามกฎหมาย ถ้าออกมาว่าเป็นป่าจริง ฉันยินดีคืนที่ให้ แต่อย่ามากล่าวหาว่าครอบครัวฉันโกงบ้านโกงเมืองเด็ดขาด” แต่เมื่อย้อนไปดูบันทึกถ้อยคำตามที่สำนึกข่าวอิสรานำมาเผยแพร่ของ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ วันที่ 19 มิถุนายน 2540 มีเนื้อหาระบุว่า “ตามที่ข้าพเจ้าทั้งสองฝ่ายได้ยื่นขอจดทะเบียนขายที่ดินแปลงเครื่องหมายข้างบนนี้ ข้าพเจ้าได้ตรวจบริเวณที่ดินแปลงนี้จากระวางรูปถ่ายทางอากาศ หมายเลข 4836 // แผ่นที่ 104 ซึ่งในระวางฯ ระบุว่า ที่ดินอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหมายเลข 85 และเจ้าหน้าที่แจ้งให้ข้าพเจ้าทั้งสองฝ่ายทราบแล้วว่า หลักฐาน น.ส.3ก. ฉบับดังกล่าว อาจออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต่อไปทางราชการอาจดำเนินการแก้ไขหรือเพิกถอน น.ส.3 ก. ได้ ซึ่งทำให้การซื้อขายที่ดินครั้งนี้เป็นโมฆะ ข้าพเจ้าทั้งสองฝ่ายทราบและเข้าใจดีแล้วแต่ข้าพเจ้าขอยืนยันให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนขายที่ดินให้ข้าพเจ้าครั้งนี้ได้ หากเกิดการเสียหายใดๆ ขึ้นเกี่ยวกับการนี้ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองทั้งสิ้นไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด" น.ส.3 คือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ส.ป.ก.4-01 หรือที่ดินตราครุฑสีน้ำเงิน ส.ป.ก.4-01 เป็นเอกสารที่ออกให้เจ้าของมีสิทธิในการทำ “เกษตรกรรม” บนพื้นที่ดินเท่านั้น ไม่สามารถซื้อ ขาย โอน หรือออกเป็นโฉนดในภายหลังได้ แต่สามารถแบ่งตกทอดเป็นมรดกสู่ทายาทต่อไปได้* และทายาทก็จะต้องทำเกษตรกรรมบนที่ดินนั้นเท่านั้น สามารถให้ผู้อื่นเช่าเพื่อการเกษตรได้* ซึ่งหนังสือชนิดนี้เป็นหนังสือที่ออกให้กับผู้ที่มีฐานะยากจน ครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่ สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อการเกษตรได้ ไม่สามารถนำไปจำนองได้ นส. 3 ก หรือที่ดินตราครุฑสีเขียว น.ส.3 ก. ต่างจาก น.ส.3 ตรงที่ว่า มีภาพถ่ายทางอากาศ แต่สิทธิครอบครองมีความเท่าเทียมกัน นส. 3 ก เป็นเอกสารที่แสดงสิทธิการครอบครองเพื่อทำประโยชน์ในพื้นที่ดินนั้นๆ ได้ ซึ่งจะมีระวางรูปถ่ายทางอากาศชัดเจนเหมือนกับโฉนด โดยมีเงื่อนไขผู้ครอบครองจะต้องทำให้ที่ดินนั้นเกิดประโยชน์ขึ้น นส.3 ก สามารถซื้อ ขาย โอน ให้กันได้ ส่วนมากจะพูดกันว่า ที่ดินมี "โฉนด" หรือ "มีโฉนด น.ส.3" ที่จริงแล้วมีความแตกต่างกัน ระหว่าง "โฉนด" และ น.ส.3 โฉนด หมายถึง "กรรมมสิทธิ์" ผู้ที่มีชื่อในโฉนด คือเจ้าของ "กรรมสิทธิ์" ในที่ดินผืนนั้น ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ คือผู้ที่เป็นเจ้าของโดยชอบธรรม สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามใจชอบ แต่ต้องไม่ละเมิดกฏหมายท้องถิ่น ส่วนผู้ที่มีชื่อใน น.ส.3 คือผู้มี "สิทธิครอบครอง" ในที่ดินผืนนั้น กล่าวคือ เป็นเพียงผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินผืนนั้น ไม่มีกรรมสิทธิ หรือไม่มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะใช้ที่ดินผืนนั้นได้ตามใจชอบ เนื่องจากที่ดิน น.ส.3 มาจากการปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. จึงทำให้ น.ส.3 เป็นที่ดินเพื่อใช้ในการเกษตร์เท่านั้น ไม่สามารถใช้สร้างบ้านจัดสรรหรือรีสอร์ท เป็นต้น ที่ดิน น.ส.3 และ น.ส.3 ก สามารถซื้อขายได้ แต่ไม่สามารถทำประโยชน์อื่นใดได้ นอกจากเกษตรกรรม ที่ดิน ส.ป.ก. รวมทั้งที่ดินที่ได้รับ น.ส.3 แล้ว เป็นที่ดินของรัฐ รัฐให้ใช้เป็นที่ดินทำกิน ถ้าหากมีการใช้ผิดวัตถุประสงค์ รัฐก็มีสิทธิ์ยึดคืนได้ เพราะน.ส.3 เป็นหนังสือสิทธิครอบครอง ไม่ใช่โฉนดที่ดิน การเปลี่ยนแปลงที่ดิน น.ส. 3 จากเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์อื่นใดได้ ก็ต่อเมื่อ ภาครัฐเห็นควรกำหนดให้พื้นที่นั้น เป็นพื้นที่อุสาหกรรม ที่อยู่อาศัย หรือประโยชน์อื่นใดตามความเหมาะสม เช่นการขยายผังเมืองเป็นต้น ในกรณีเช่นนี้ น.ส.3 ก็จะเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน ผู้ครอบครองก็จะเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยชอบธรรม การออก น.ส.3 ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ได้แก่ • การออก น.ส.3 บนพื้นที่ สปก. ที่ไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดิน • การออกน.ส.3 ทับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวน •การออก น.ส.3 เกินกว่าสิทธิครอบครองที่มีอยู่จริง •การใช้ น.ส.3 จากที่อื่นมาใช้กับพื้นที่เขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ หรือทับซ้อนบนแปลงที่ดินผู้อื่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือ กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะกระทำภายในเขตที่ได้ จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจนุเบกษา หรือโดยได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 72 ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 54 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้ามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ เว้นแต่ (1) ทำไม้หรือเก็บหาของป่าตามมาตรา 15 เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยตามมาตรา 16 มาตรา 16 ทวิ หรือมาตรา 16 ตรี กระทำการตามมาตรา 17 ใช้ประโยชน์ตามมาตรา 18 หรือกระทำการตามมาตรา 19 หรือมาตรา 20 (2) ทำไม้หวงห้ามหรือเก็บหาของป่าหวงห้ามตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ สรุป กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นข้อๆ ว่าอะไรคือการออก น.ส.3 ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และนางสมพรก็เซ็นกำกับว่ารับทราบแล้วว่า ที่ดินที่ตนเองซื้อ อาจถูกเพิกถอน เพราะผิดกฎหมาย สุดท้ายจะมาอ้างว่า ซื้อที่ดินมาโดยถูกกฎหมาย และโดนการเมืองกลั่นแกล้ง ได้อย่างไร