“บิ๊กตู่” ให้ “แพทย์” ตัดสินใจ “สูตรฉีดสลับยี่ห้อ” สั่ง สธ.-พณ. คุมราคาชุดตรวจโควิด พร้อมแนะนำปชช.หากซื้อมาใช้เอง เตรียมแผนต่อ หากไม่ดีขึ้น

การเมือง13 ก.ค. 2564 • 11:15 น.
“บิ๊กตู่” ให้ “แพทย์” ตัดสินใจ “สูตรฉีดสลับยี่ห้อ” สั่ง สธ.-พณ. คุมราคาชุดตรวจโควิด พร้อมแนะนำปชช.หากซื้อมาใช้เอง เตรียมแผนต่อ หากไม่ดีขึ้น
วันที่ 13 ก.ค. 64 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยในที่ประชุมพล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในภาพรวมทั้งไทยและต่างประเทศ และได้นำคลิปวิดีโอของดร.สมยา สวามินาธาน (Soumya Swaminathan) หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่พูดถึงการผสมสูตรวัคซีน เพราะยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ มาเปิดในที่ประชุม จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดถึงมติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติที่ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่จะให้มีการฉีดสลับยี่ห้อ จากซิโนแวคเข็ม 1 แล้ว เข็มที่ 2 ให้เป็นแอสตราเซเนกา, ซิโนแวคเข็ม 1 และ 2 แล้ว ให้บูสเตอร์เข็ม 3 เป็นแอสตราเซเนกา โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ และนำข้อมูลของ WHO มาประกอบการพิจารณาให้ถี่ถ้วน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวเสริมว่า สำหรับคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติที่เป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่แพทย์ในกระทรวงสาธารณสุข แต่มีแพทย์จากหลายภาคอยู่ในนั้นด้วย ขณะเดียวกัน ในที่ประชุม ครม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมกระทรวงการคลังที่รีบชี้แจงเฟคนิวส์การจัดเก็บภาษีวัคซีนโมเดอร์นา 100 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เป็นความจริง และโฆษกประจำสำนักนายกฯ นำเรื่องดังกล่าวมาชี้แจงต่อ ทำให้เฟคนิวส์ยุติได้เร็ว พร้อมกับกำชับให้ระวังเฟคนิวส์ เนื่องเกรงว่าจะมีคนนำประเด็นว่าเหตุใดบริษัทแอสตราเซเนกา จึงไม่รีบจัดส่งวัคซีนให้กับไทยทั้งที่เป็นฐานการผลิต ทั้งนี้นายอนุทิน รายงานต่อที่ประชุมว่า แอสตราเซเนกาจะส่งวัคซีนให้ไทยเดือนละ 5-6 ล้านโดส พร้อมกันนี้นายอนุทิน ยังได้นำข้อมูลมาเล่าให้ที่ประชุมฟังว่า ขณะนี้โครงการโคแวกซ์ (Covax) มีการสั่งวัคซีนซิโนแวคจำนวน 50-60 ล้านโดส เพื่อไปบริจาคประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ที่ประชุมใช้เวลาถกนานที่สุดคือ การตรวจแบบแรพิด แอนติเจน เทสต์ (Rapid Antigen Test) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคำถามว่า ทำไมชุดตรวจดังกล่าวราคาจึงแพง ทำอย่างไรจึงจะให้ราคาถูกลง โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ยืนยันว่าไม่ได้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าสำหรับอุปกรณ์ที่นำเข้ามาแก้ปัญหาโควิด-19 เลย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์แนะนำว่า หากให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำเข้ามาเองจะทำให้กำหนดราคาในตลาดได้จะดีหรือไม่ ทำให้นายอนุทิน ชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการอนุมัติให้เอกชนนำเข้าชุดตรวจดังกล่าวอยู่แล้ว สามารถซื้อจากเอกชน 24 รายได้เลย แต่จะกลับไปดูรายละเอียดว่า อภ.สามารถนำเข้าได้อีกหรือไม่ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการเพื่อควบคุมไม่ให้การซื้อชุดตรวจเป็นภาระของประชาชน นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งการว่า สุดท้ายแล้วหากประชาชนต้องซื้อชุดตรวจมาใช้เอง กระทรวงสาธารณสุขต้องมีข้อแนะนำที่ชัดเจนในการใช้ เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัย สำหรับการพิจารณามาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อคดาวน์ 10 จังหวัดนั้น ได้ใช้เวลาหารือเพียงไม่นาน โดยหลังจากนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รายงานถึงมาตรการต่างๆ ให้ที่ประชุมรับทราบ ไม่มีรัฐมนตรีคนใดสอบถาม เนื่องจากการประชุมทีมเศรษฐกิจเพื่อพิจารณามาตรการเยียวยาประชาชนเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ใช้เวลาประชุมค่อนข้างมากแล้ว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ไปดูมาตรการในระยะต่อไปเตรียมเอาไว้ด้วย เพราะหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะต้องมีแผนการในระยะต่อไป