ญัตติตั้งกมธ.สอบเงินกู้สู้โควิด ปชป.แฉถลุงเงิน 7 แสนล. อึ้งอีอีซีขอ งบพาเด็กเที่ยวสวนน้ำ ห่วงมีบัญชีผีแฝงงาบเงินเยียวยา

การเมือง11 มิ.ย. 2563 • 09:09 น.
ญัตติตั้งกมธ.สอบเงินกู้สู้โควิด ปชป.แฉถลุงเงิน 7 แสนล. อึ้งอีอีซีขอ งบพาเด็กเที่ยวสวนน้ำ ห่วงมีบัญชีผีแฝงงาบเงินเยียวยา
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติด่วนการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังก็เงิน เพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อโควิด-19 โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า งบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4แสนล้านบาทนั้น หลังจากสภาให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงินไป 1สัปดาห์.เพียงแค่วันที่ 9 มิ.ย.มีการเสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 38,000โครงการ เป็นเงิน 783,000ล้านบาท เกินวงเงิน 400,000ล้านบาทเกือบเท่าตัวประกอบด้วยแผนงานที่1.การพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เสนอมา 164โครงการ เป็นเงิน 283,000ล้านบาท แผนงานที่2 การฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน เสนอมา1,345โครงการ เป็นเงิน 400,000ล้านบาท แผนงานที่3.การส่งเสริมการบริโภคและกระตุ้นภาคครัวเรือนและเอกชน ยังไม่มีการเสนอโครงการมา แผนงานที่4 การพัฒนาโครง สร้างพื้นฐาน เสนอมา 292โครงการ เป็นเงิน 82,000ล้านบาท แผนงานที่เสนอมามีทุกรูปแบบ แม้แต่ขอซื้อโทรทัศน์30,000 กว่าบาทก็มี บางโครงการขอเงินทำป้ายและปรับภูมิทัศน์ที่ชัดเจนว่าอาจมีการตกลงกันระหว่างจังหวัดกับผู้รับเหมา ถือเป็นการสร้างงานให้ผู้รับเหมา สร้างรายได้ให้ผู้มีอิทธิพลประจำท้องถิ่น ไม่ใช่เพื่อการจ้างงานตามวัตถุประสงค์การกู้เงิน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า หลายโครงการที่เสนอมาในการใช้เงินกู้ครั้งนี้ไม่ได้ตั้งฐานคิดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่เป็นโครงการปกติที่เอาพิมพ์คำว่า โควิด-19เข้าไป กลัวว่างบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4แสนล้านบาทจะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ สงสัยว่าคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการจะกลั่นกรองโครงการที่ถูกเสนอมา 30,000กว่าโครงการ มูลค่ากว่า 7แสนล้านบาทอย่างไร จะเลือกให้โครงการใดอกหักหรือสมหวัง เช่น โครงการที่เสนอโดยกระทรวงกลาโหมกับโครงการของท้องถิ่นทั่วไปจะเลือกโครงการใดก่อน หรือโครงการที่เป็นลูกรักของนายกฯที่เสนอโดยคณะกรรมการอีอีซี อาทิ โครงการไทยเที่ยวไทยไปอีอีซี จัดให้เด็กไปทัศนศึกษาสวนนงนุช พัทยา ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ก วงเงิน 265ล้านบาท หรือการแข่งขันฟุตบอลการกุศลนัดพิเศษอีอีซี 4เส้า ระหว่างชลบุรีเอฟซี ระยองเอฟซี ฉะเชิงเทราเอฟซี และบุรีรัมย์ยูไนเต็ด วงเงิน 50 ล้านบาท โครงการเหล่านี้คณะกรรมการกลั่นกรองกล้าตัดหรือไม่ ใครจะทำหน้าที่ตรวจสอบคณะกรรมการกลั่นกรอง นั่นคือเหตุผลที่ต้องมีกมธ.วิสามัญฯเพื่อเป็นกลไกตรวจสอบการใช้งบ ประมาณ ไม่ใช่แค่เสือกระดาษ จึงจะช่วยป้องกันการทุจริตได้ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า อยากให้ตรวจสอบงบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 550,000ล้านบาท ที่ล่าสุดมีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปถึง48ล้านคน ดูแล้วคลางแคลงใจ ขอให้กมธ.ไปตรวจสอบตัวเลข 48ล้านคนว่า เป็นบัญชีมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือมีบัญชีผี ไม่มีตัวตนอยู่เท่าไร ถ้ามีแค่ 1ล้านบัญชี จ่ายเงิน3เดือน ก็มีเงินรั่วถึง 15,000ล้านบาท เงินเหล่านี้จะไปอยู่ในกระเป๋าใครหรือเป็นทุนเลือกตั้งให้พรรคใด นอกจากนี้ขอชี้เป้าให้ไปตรวจสอบการใช้งบประมาณในอีก 6โครงการที่มักมีโจรในเครื่องแบบ โจรในคราบนักการเมือง ได้แก่ 1.โครงการติดตั้งกล้องซีซีทีวี 2.โครงการขุดลอกคูคลอง 3.โครงการติดตั้งเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ 4.โครงการทำซุ้มประตูทางเข้าชุมชน 5.โครงการปรับภูมิทัศน์ 6.โครงการต่างๆที่มีวงเงินไม่เกิน 5แสนบาท หรือการซอยโครงการ เพื่อเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการเหล่านี้มีเงินทอนมาก ขอให้ตรวจสอบให้ดี