ประกาศสส.ปาร์ตี้ลิสต์หลังรับรองผลเลือกตั้ง กกต.ยันมีสูตรเดียว

การเมือง30 เม.ย. 2562 • 22:00 น.
ประกาศสส.ปาร์ตี้ลิสต์หลังรับรองผลเลือกตั้ง กกต.ยันมีสูตรเดียว
“ธนะศักดิ์” เผยคสช.แถลงผลงาน5ปี เป็นไปได้ก่อนมีรบ.ใหม่ จ่อยกเลิกคำสั่ง-ประกาศหลายฉบับ ที่ไม่จำเป็น “จรุงวิทย์” ยันกกต.ยึดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สูตรเดียวตามกฎหมาย ไม่มีการเสนอสูตรอื่น จ่อเอา ผิดอาญาผู้สมัครส.ส.ที่ขาดคุณสมบัติปมถือหุ้นสื่อฯ ขณะที่ “ธนาธร-ปิยบุตร” หอบหลักฐาน 26 รายการ แจง กกต. ปมโอนหุ้นสื่อฯ ยันไม่มีใครมีหลักฐานมาหักล้างได้ ส่วน “ปิยบุตร” มั่นใจว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ 88 คน ได้เข้าสภาแน่ ขณะที่ “กรณ์-อภิรักษ์” ลงชิงเก้าอี้หัวหน้าปชป “ชัยวุฒิ” ลุ้นเป็นเลขาพรรค “บิ๊กตู่”ยันสว.ต้องได้มาตรฐาน ตั้ง เสร็จทันตามกำหนด เชื่อไม่มีม็อบการเมือง รัฐบาลมีเสถียรภาพพอ วอนทุกพรรคอย่าเห็นประโยชน์ส่วนตัว นับคะ แนนให้ใหม่แล้วยังไม่พอใจอีก ก็ไม่รู้จะทำไง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 เม.ย.62พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ คสช.จะแถลงผลงาน 5 ปี ว่า ต้องดูก่อนว่าที่ประชุมจะว่าอย่างไร เพราะยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เป็นไปได้ที่จะมีการแถลงผลงานก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ ด้าน พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.)ในฐานะสมาชิก คสช. เปิดเผยภายหลังการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณายกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. และประกาศหลายฉบับที่ไม่จำเป็น ด้านอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลังการประชุม คสช.และการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ความคืบหน้าการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.250 คน ว่า ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกและคัดสรร ซึ่งมีการเสนอขึ้นมาเพื่อให้คสช.ได้พิจารณา ซึ่งก็ได้มีการหารือถึงกำหนดการ และการตรวจสอบคุณสมบัติ ให้มีความชัดเจนถูกต้อง จึงอย่าไปกังวล โดย ส.ว.จะประกอบด้วยอดีตข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ส่วนที่เหลือจะเป็นพลเรือน โดยสัดส่วนพลเรือนจะมากกว่าอยู่แล้ว และแสดงให้เห็นว่าเราต้องการให้เป็นมาตรฐานให้ได้ ยืนยันว่าทุกอย่างจะอยู่ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว 3 วัน ตามกฎหมาย โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการคัดกรอง จึงขอให้เชื่อมั่น เมื่อถามว่า ทราบถึงที่มีการยื่นเรื่องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้ยินข่าวมาโดยตลอด แต่วันนี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตยก็แล้วกัน อย่าคิดถึงแต่ความต้องการและความถูกต้องของตัวเองเป็นหลัก เราควรต้องเอากฎหมายกระบวนการยุติธรรมมาพิจารณา ดูแล ซึ่งหลายอย่างถ้าเราคิดกันไปคนละทางสองทาง ก็จะเลอะเทอะไปเรื่อย “เลือกตั้งใหม่ให้นับคะแนนใหม่ ก็ทำแล้ว ก็นับให้ ทำให้แล้ว ยังไม่พอใจกันอีก ก็ไม่รู้จะทำยังไง วันนี้มันเป็นคะแนนเสียงของประชาชน จึงขอร้องทุกคน อย่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ควรทำงานการเมืองโดยยึดถือ 3 สถาบันหลัก คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งประเทศชาติจะต้องมีความสงบโดยรวม ทุกคนต้องช่วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า คสช.ประเมินว่าจะมีม็อบการเมืองเกิดขึ้นหรือไม่ จากความไม่แน่นอนทางการเมืองในเวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความไม่แน่นอนคือพวกเราพูดกันเอง โดยพูดกันไปมา จนเกิดความเสียหาย รัฐบาลยืนยันว่ารัฐบาลมีความแน่นอน โดยมีการกำหนดกติกาและวันเวลาต่างๆไว้ทั้งหมด ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกอย่าง ความแน่นอนของรัฐบาลนั้น แสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ที่ได้กำหนดโรดแมปออกมา โดยเป็นไปตามความต้องการของประชาชน ซึ่งเราทำให้ทุกอย่างแล้ว “หากความไม่แน่นอนเกิดขึ้นมา ก็คงเป็นเพราะพวกเราหลายๆคน ที่คิดต่างไปคนละทางสองทาง ซึ่งบางทีก็ไม่ยึดกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก คิดแต่กฎหมายที่เข้าข้างตัวเองโดยตลอด อย่างนี้ก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ส่วนตัวคิดว่าม็อบการเมืองนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้น จากสถานการณ์การเมืองต่างๆในตอนนี้ เพราะเรากำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย แล้วทำไมเราจึงไม่ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็งตั้งแต่แรก โดยมุ่งหวังเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวถึงการเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 สูตร ให้กกต.พิจารณา ว่า การคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อมีอยู่แล้วสูตรเดียว ตามข้อกฎหมายเท่านั้น และเป็นอำนาจของกกต.ที่จะคำนวณตามกฎหมาย จึงไม่จำเป็นต้องเลือกสูตรอื่นๆ และทาง กกต. ก็ไม่ต้องเสนอสูตรให้กกต.อีก โดยวิธีการคำนวณจะทราบพร้อมกัน เมื่อกกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งแล้ว นอกจากนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยังกล่าวถึงการเตรียมดำเนินคดีกับผู้สมัครส.ส.ที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอนชื่อออกจากการสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถือหุ้นในกิจการสื่อฯว่า กรณีนี้เข้าข่ายฐานความผิด ตามมาตรา 151 และหากรู้อยู่ว่าขาดคุณสมบัติ แต่ยังฝ่าฝืนมาลงสมัครอีก ก็จะมีโทษสูงสุดจำคุก10ปี ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20ปีและ ปรับสูงสุด 2แสนบาท ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องขอให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 11 คน ที่ถือหุ้น ในกิจการสื่อมวลชนนั้น เรื่องอยู่ระหว่างส่งคำร้องให้กลุ่มงานสอบสวนไปพิจารณา ว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ และหากมีมูลก็จะเสนอให้ กกต.ตั้งกรรมการไต่สวน เพื่อเสนอต่อ กกต.และส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กก่อนเดินทางมายังสำนักงานกกต.เพื่อให้ถ้อยคำ และนำหลักฐานมาแสดงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา โดยระบุว่า “เราเลือกที่จะทำงานการเมือง เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย อย่างสันติ ผมเลือกที่จะร่วมสร้างพรรคอนาคตใหม่กับสมาชิก เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านกลับสู่ประชาธิปไตยที่สันติ และค่อยเป็นค่อยไปมากที่สุด คือการทำผ่านกระบวนการรัฐสภา แต่จนถึงวันนี้ผมมีคดีและข้อกล่าวหา 6 กรณี ผมไม่มีเจตนาร้ายกับสังคม แต่แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศที่ฝันถึง ย่อมกระทบกับผลประโยชน์ของคนกลุ่มน้อยที่พอใจกับสังคมที่ไม่มีวันพรุ่งนี้ คนกลุ่มนี้เองที่ไม่ต้องการให้เราเข้าสภา และพร้อมทำทุกอย่างที่แม้แต่จะนำประเทศไทยลงเหวเพื่อรักษาอำนาจตัวเองไว้ ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นที่ผมต้องไปชี้แจงพรุ่งนี้ไม่มีมูล ไม่มีใครมีหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์โต้แย้งหลักฐานที่เรานำเสนอได้ ผมไม่ได้ถือหุ้นสื่อในวันที่ผมสมัคร ส.ส. และ กกต. ไม่มีอำนาจในการตั้งข้อกล่าวหาและตรวจสอบผมในประเด็นนี้ ผมหวังว่า กกต. จะเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริง เป็นเสาหลักที่เข้มแข็งในการดำเนินการผลักดันสังคมให้กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย หาก กกต. ใช้อำนาจโดยมิชอบ สุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ผมขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฏหมายกับ กกต. ต่อไป พรุ่งนี้ผมต้องไปอธิบายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นสื่อต่อ กกต. โดยจะนำหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ของผมไปด้วย นอกเหนือจากหลักฐานที่ผมเสนอต่อสาธารณะไปแล้ว ยังมีเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอื่นๆ อีกเป็นรูป 6 รูปและอื่นๆอีกมาก ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าสำนักงาน กกต. ว่า ได้มีกลุ่มแฟนคลับของนายธนาธรทยอยเดินทางมารวมตัวที่ลานเอนกประสงค์ชั้น 2 ด้านหน้าทางเข้าสำนักงานกกต.เป็นจำนวนมาก เพื่อรอให้กำลังใจนายธนาธร ซึ่งจะเดินทางมายังสำนักงานกกต.เพื่อให้ถ้อยคำ และนำหลักฐานมาแสดงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา จากนั้น เวลา 13.00 น. นายธนาธรได้เดินทางมาพร้อมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคฯ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนแห่ให้กำลังใจ พร้อมตะโกนคำว่า “ธนาธร สู้ๆ” นายธนาธร กล่าวว่า ได้นำหลักฐานจำนวน 26 รายการเพื่อมาชี้แจงและแสดงต่อ กกต. พร้อมกับหลักฐานส่วนอื่น ๆ แต่ขอเก็บไว้ชี้แจงกับ กกต. ก่อน ส่วนหลักฐานที่เป็นใบสั่ง และการขับรถเร็วนั้นได้แสดงไปแล้ว เมื่อถามว่า นอกจากใบสั่งแล้วมีหลักฐานอะไรแสดงว่าอยู่บนรถคันนั้น นายธนาธร กล่าวว่า ในวันเดินทาง ออกจาก จ.บุรีรัมย์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายรายไปคอยอำนวยความสะดวกให้คณะในวันดังกล่าว มีการเก็บภาพไว้ และเชื่อว่าเป็นหลักฐานให้กับเราได้ ซึ่งการชี้แจงครั้งนี้ เชื่อมั่นว่า กระแสที่ถูกปลุกขึ้นมา ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีข้อเท็จจริงที่จะมาหักล้าง หลักฐานที่เราได้ยืนยันต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้ได้ นายธนาธร กล่าวอีกว่า การมาชี้แจงครั้งนี้ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เดินเข้าไปชี้แจงด้วยความมั่นคง ยืนหยัดกับข้อเท็จจริง และเชื่อมั่นว่าในวันที่ 9 พ.ค. นี้ จะได้รับประกาศรับรองเป็น ส.ส. ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่เชื่อมั่น เพราะคนที่ตั้งคำถามกับตน ไม่เคยมีใครเอาหลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์เป็นอื่น นอกจากที่เราได้แถลงไปแล้วได้เลย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงต้องบอกว่าเป็นความพยายามที่จะหยิบเอาประเด็นเล็ก ประเด็นน้อยมาตั้งข้อสงสัย และพูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนในสังคมเข้าใจผิดกันไปหมด แต่ถ้าสู้กันด้วยข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีใครมีหลักฐานมาหักล้างเราได้เลย นอกจากนี้ นายปิยบุตร ได้กล่าวให้กำลังใจกับว่าที่ส.ส.ของพรรคว่า ขอให้มั่นใจว่าจะนายธนาธร จะสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ เพราะนายธนาธรมีคุณสมบัติครบถ้วน และยืนยันด้วยความมั่นใจเต็มร้อยว่าที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 88 คน จะได้เข้าไปทำงานสภาภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน เราเป็นตัวแทนของประชาชนจึงไม่มีอะไรมาขัดขวางเจตนารมณ์ของเราได้ ส่วน นายธนาธร กล่าวว่า อยากถามกลับว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ม.ค.62 ไม่ได้ คุณนึกออกไหมแค่วันที่ ก็มีการตั้งคำถามกันไร้สาระแล้ว ต้องบอกว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ไม่ได้ มีเหตุผลอะไรที่เป็นวันนี้ไม่ได้ ขณะที่นายปิยบุตร กล่าวย้ำว่า ถ้าเป็นวันที่ 9 จะถูกตั้งคำถามอีกว่าทำไมเป็นวันที่ 9 หรือเป็นวันที่ 10 ก็ถามอีก ทำไมเป็นวันที่ 10 ขณะที่ นายสุทธิชัย หยุ่น ผู้ดำเนินรายการ Suthichai Live ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Suthichai Yoon ระบุว่า ยืนยันครับ! คุณอภิรักษ์ โกษะโยธินยืนยันกับผมต่อหน้า ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ว่า “ผมลงแข่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แน่นอนครับ” ก็ต้องประชันนโยบายกู้พรรคเก่าแก่ที่สุดของประเทศแข่งกับคุณกรณ์ จาติกวณิชและคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ “ผมจะเชื่อมคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าในพรรคครับ พรรคต้องการการฟื้นฟูและ transformation ครั้งใหญ่ครับ” คุณอภิรักษ์บอกผม ดร.ศุภชัยในฐานะที่ปรึกษาพรรค ปชป. บอกว่า “ประชาชนเหมือนจะมี love-hate relationship สูงมากต่อประชาธิปัตย์ ดังนั้นพอลงโทษเราก็ลงโทษแรงเลย!” รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในการประชุมใหญ่วิสามัญวันที่ 15 พ.ค.นี้ นอกจากมีชื่อของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคแล้ว ยังมีชื่อ นายกรณ์ จาติกวณิช รักษารองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศตัวพร้อมชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะอยากเห็นพรรคกลับมาเหมือนเดิม เพราะตอนนี้เห็นว่าพรรคมีการแบ่งขั้วที่นับวันจะเกิดความขัดแย้งกันมากขึ้น จึงต้องการเข้ามาฟื้นฟูพรรค แหล่งข่าวระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของนายกรณ์ ได้ระบุว่า การตัดสินใจอะไรก็ทำเต็มที่ แต่จะไม่พูดว่าแพ้ไม่ได้ โดยนายกรณ์ได้พูดคุยกับสมาชิกที่มีสิทธิ์เลือกและไม่เลือกหัวหน้าพรรค แต่ก็ไมได้ไปบอกว่าต้องเลือกตนหรือไปถามว่าเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ เพียงแต่ไปเสนอแนวคิดและแลกเปลี่ยนว่าอยากเห็นพรรคเป็นอย่างไร แต่เมื่อคุยแล้วเขาจะเลือกหรือไม่ สุดท้ายแล้วเราก็เป็นพวกเดียวกัน ซึ่งการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ทุกคนมีสองมิติคือเลือกแล้วมีที่ยืนหรือไม่ และยืนอยู่ตรงไหน เลือกแล้วคนนี้จะนำพาพรรคไปสู่เป้าหมายได้หรือไม่ อาจจะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้า มีโอกาสกลับมาเป็นส.ส.มากขึ้นหรือน้อยลง สำหรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคในทีมของนายกรณ์นั้น แหล่งข่าวระบุว่า คือ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากนายกรณ์รู้จักกับนายชัยวุฒิมานาน และเป็นคนที่มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ มีความสุขุม รอบคอบ และเป็นคนที่ทุกคนในพรรคยอมรับ เข้าถึงได้ พูดคุยได้ ซึ่งป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะสามารถดึงคนมาร่วมเดินไปในทิศทางเดียวกัน และมีความเป็นพรรคเดียวกันได้เข้มแข็ง เพราะนายกรณ์มีจุดอ่อนจุดด้อยบ้าง เพราะฉะนั้นการทำงานทุกอย่างต้องหาคนที่มีความรู้ความสามารถมาเสริม ในส่วนที่ขาด นายกรณ์จึงมองว่านายชัยวุฒิสามารถเติมเสริมให้นายกรณ์เป็นหัวหน้าพรรคที่ดีขึ้นได้ เพราะลำพังทำงานคนเดียวไม่พอ ส่วนตำแหน่งอื่นนายกรณ์ก็มีในใจอยู่แล้ว และการตั้งคนก็จะดูที่ความเหมาะสม แหล่งข่าวระบุด้วยว่า เป้าหมายสำคัญในการวางแผนเลือกตั้งข้างหน้า คือทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่หันมาเลือกเรา และหันมาหาเรา