“วิษณุ” ส่ง "ปลัดสธ." แจง พกยาบ้าเกิน 1 เม็ดคือผู้ค้า ต้องดูพฤติการประกอบ ตามดุลยพินิจตร. ยันระบบบำบัดเพียงพอ 

การเมือง1 ก.พ. 2566 • 16:07 น.
“วิษณุ” ส่ง "ปลัดสธ." แจง พกยาบ้าเกิน 1 เม็ดคือผู้ค้า ต้องดูพฤติการประกอบ ตามดุลยพินิจตร. ยันระบบบำบัดเพียงพอ 

 

วันที่ 1 ก.พ.66 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ครั้งที่ 1/2566 มีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างพร้อมเพียง โดยเวลา 14.45น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณะสุข ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การประชุมวันนี้ไม่ได้หารือเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกรฤธิ์ที่ให้สันนิธานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ที่กำหนดให้การครอบครองยาบ้าเกิน 1 เม็ดเป็นผู้ค้าซึ่งนายวิษณุ มอบหมายให้ตนมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวกับสื่อมวลชน เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ โดยอำนาจการออกร่างกฎกระทรวง เป็นของ รมว.สาธารณสุข ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยหลักการพิจารณาใครเป็นผู้เสพหรือผู้ค้ามีสองส่วน คือดูตามจำนวนเม็ด เป็นอำนาจของรมว.สาธารณสุขที่จะกำหนด สองดูพฤติกรรมประกอบ เป็นเรื่องที่รมว.ยุติธรรม จะกำหนดแนวทาง 

 นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า การกำหนดจำนวนเม็ดของผู้ค้านั้นกฎหมายหลายฉบับกำหนดไม่เป็นตัวเลขเดียวกัน บางกฎหมายกำหนด 5 บางกฎหมายกำหนด 15 แต่พอมีร่างประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ต้องมาทบทวนอีกทีว่าเป็นอย่างไร โดยรมว.สาธารณสุข ได้ประชุมคณะกรรมการบำบัดและรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด และคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด รวมถึงการประคุมวิชาการทางการแพทย์ร่วมกับกรมสุขภาพจิตกรมการแพทย์และกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปลายปี 65 โดยมีข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันให้กำหนดผู้ครอบครองยาบ้าเกิน 1 เม็ดเป็นผู้ค้า และจะนำเข้าคณะกรรมการบำบัดและรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอีกครั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้

ซึ่งการกำหนดเช่นนี้ทำให้ประชาชนเห็นว่ายาเสพติดเป็นเรื่องอันตรายเสพแค่ 1 เม็ดก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะจากเดิมกำหนดว่าครอบครองกี่เม็ดๆเป็นผู้ค้าบางคนก็เข้าใจผิดว่าเสพน้อยไม่อันตราย อีกทั้งจะทำให้ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่การบำบัดรักษาได้ง่ายขึ้น และทำให้สังคมตระหนักว่าไม่ควรมียาเสพติดเลย เพราะถ้ากำหนดไว้หลายเม็ดจะเกิดช่องหลบเลี้ยงกฎหมายและคิดว่าตำรวจจะไม่จับ รวมทั้งต้องการสื่อให้ทุกคนระมัดระวังไม่ให้ลูกหลานติดยาเทพติด สำหรับระบบบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่คิดว่าอาจมีเป็นล้านคนกระทรวงคิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องของการรักษา ยืนยันไม่มีผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลเพราะผู้ป่วยอาการน้อยจะใช้วิธีรักษาในชุมชนซึ่งมีแนวทางวิธีการเรียบร้อยแล้ว ทั้งหนดนี้จึงเป็นที่มาของการออกร่างกฎกระทรวงเพื่อดูแลประชาชน 

เมื่อถามว่า การพิจารณาว่าระหว่างการเป็นผู้เสพกับผู้ค้านั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของใคร นพ.โอภาส กล่าวว่า ต้องพฤติกรรมประกอบด้วย โดยผู้ใช้ดุลยพินิจคือเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องดูประกอบกันระหว่างจำนวนเม็ดและพฤติการ

เมื่อถามว่าการลดจำนวนเม็ดลงมาเช่นนี้จะทำให้เกิดการยัดยาง่ายขึ้นหรือไม่ นพ.โอภาส ตอบว่า เรื่องนี้ต้องช่วยกันสอดส่อง และตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีวิธีปฏิบัติและระมัดระวังอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การลดจำนวนเม็ดลงจะทำให้ห้องขังเพียงพอหรือไม่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขคำนึงว่ามีจำนวนครอบครองยาเสพติดเท่าไหร่ถึงจะกระทบกับประชาชน บุคคล สังคม

เมื่อถามว่าหากที่ประชุมคณะกรรมการของกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไปเลยหรือไม่ว่า ขอให้ถามรมว.สาธารณสุข และขอให้ดูการประชุมวันที่ 2 ก.พ.ก่อน