กองทัพผลัดใบ ศึกนอก-ศึกใน แถม คลื่นใต้น้ำ 4 ผบ.เหล่าทัพ บนการเมืองร้อน
กองทัพในยุค “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ สมัย คสช. จนตอนนี้ ดูเรียบร้อย ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้ เริ่มปรากฏเค้าลางของความขัดแย้งแตกแยก หลังการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ครั้งนี้
ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ เพราะพอจะประเมินสถานการณ์ออก จึงได้ฝากให้ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และ ผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดเดิม ที่ตอนนั้น กำลังจะเกษียณราชการให้ทำความเข้าใจกับกำลังพลในแต่ละเหล่าทัพ ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายว่า จะต้องมีทั้งคนที่พอใจและ คนที่ไม่พอใจมีทั้งคนสมหวังและคนผิดหวัง แต่ต้องไม่ทำให้กองทัพ เกิดความแตกแยก
แต่ดูเหมือน อาจจะไม่ทันการณ์เพราะเค้าลางแห่งความขัดแย้งแตกแยก เริ่มเซาะลึก ทั้งที่ กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ที่กองทัพเรือ นั้น เป็นผลพวงจากที่สื่อกระแสหลัก เสนอข่าวตรงกันว่ามีการเสนอชื่อ “บิ๊กช่อ” พล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ รองผบ.ทร. เป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ตรงกัน
รวมทั้งกระแสข่าวและความเชื่อรวมทั้งข้อมูลบางชุด ทำให้นายทหารเรือส่วนใหญ่ เชื่อว่า แม้ “บิ๊กลือ” พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.ตอนนั้น จะเสนอชื่อ “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้ช่วยผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร. ก็ตาม แต่จะต้องเปลี่ยนมาเป็น พล.ร.อ.ช่อฉัตร
แต่เมื่อโปรดเกล้าฯ ออกมาเป็นชื่อของ พล.ร.อ.ชาติชาย จึงทำให้เกิดอาการผิดหวังขึ้น แม้ว่าพล.ร.อ.ลือชัย จะเสนอชื่อ พล.ร.อ.ชาติชาย ขึ้นไปตั้งแต่แรก ก็ตาม
พล.ร.อ.ลือชัย และพล.ร.อ.ชาติชาย กลายเป็นเป้าถูกโจมตีทันทีในรูปแบบของการส่งต่อข้อความ ทางไลน์กลุ่ม และ คำพูดในโอกาสต่างๆ
การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้มีคนอกหักผิดหวังหลายคนในหลายตำแหน่งสำคัญจึงทำให้เกิดกลุ่มก้อนแนวร่วมขึ้น จนคาดกันว่ากองทัพเรือในยุคหลังลือชัย ที่มีพล.ร.อ.ชาติชาย รับไม้ต่อนี้ จะเกิดคลื่นใต้น้ำขึ้น พล.ร.อ.ลือชัย ย้ำว่า ผู้คิดดี ทำดี ต้องได้รับการตอบแทน ผู้ประพฤติไม่ดี ต้องไม่มีที่ยืนในสังคม
“นักรบชาวเรือ อย่างพวกเราที่เราเคยสอนกันไว้ว่า แม้จะเมาคลื่นก็ทำงานได้ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะพวกเราคือลูกประดู่ ลูกเสด็จเตี่ย มีความเป็นหนึ่งน้ำเดียวกัน เมื่อบานก็บานพร้อมกัน เมื่อโรยก็โรยพร้อมกัน ต้องยึดโยงกัน จิตวิญญาณชาวเรือเป็นเช่นนี้ ภาระหน้าที่รับผิดชอบย่อมแตกต่างกันออกไป จังหวะเวลาช่วงชีวิตก็ต้องแตกต่างกันออกไป”
เราเคยฟันฝ่ามรสุมอย่างมากมาย บางครั้งทะเลก็เรียบเป็นกระจกไร้คลื่นลม บางครั้งคลื่มลมโหมกระหน่ำฝ่าคลื่นลมแดด “ศึกนอกไม่เท่าไร ศึกในหนักกว่าศึกนอก” บิ๊กลือ กล่าว
เพราะ เราคือลูกเสด็จเตี่ย ทุกคนไม่มีซ้ายไม่มีขวา ไม่มีหน้าไม่มีหลัง ทุกคนคือลูกเสด็จเตี่ย ทำหน้าที่ไปจุดมุ่งหมาย คือความมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เกียรติภูมิของกองทัพเรือ เป็นกองทัพของประชาชน เพราะสภาพปัญหาของกองทัพเรือที่เกิดจากการแต่งตั้งโยกย้ายในหลายตำแหน่ง จึงทำให้ เกิดคลื่นใต้น้ำ ใน หลายส่วน
นี่จึงทำให้ ท่าทีของพล.ร.อ.ชาติชาย ผบ.ทร.คนใหม่ มีแนวทางที่จะสร้างสามัคคีในกองทัพเรือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จะสร้าง The Power of Unity, The Power of the Navy “พลังสามัคคี พลังราชนาวี”
ด้วยบุคลิกของการเป็นนายทหารอารมณ์ดี มองโลกในแง่บวกของ พล.ร.อ.ชาติชาย คาดว่าจะทำให้คลื่นใต้น้ำ ลดน้อยลง และค่อยๆสงบไป เพราะถึงอย่างไรก็เป็นพี่เพื่อนน้องกันทั้งนั้น
เช่นเดียวกับที่กองทัพอากาศดอนเมือง การที่ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ เสนอชื่อ พล.อ.อ. แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทอ.เป็น ผบ.ทอ.ทำให้มีคนอกหักจำนวนมาก โดยเฉพาะเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 20 ของ พล.อ.อ.มานัตเอง
ทั้งนี้เพราะ พล.อ.อ.มานัตทำให้เพื่อนเข้าใจผิดไปว่า เสนอชื่อ “บิ๊กจ้อ” พล.อ.อ.ธรินทร์ ปุณศรี เพื่อนร่วมรุ่น เป็น ผบ.ทอ. แต่ที่สุดกลับออกมาเป็นพลอา.อ.อ.แอร์บูล และเพื่อนหลายคนก็ไม่ได้ตำแหน่งสำคัญ
เมื่อหลังเกษียณราชการ พล.อ.อ.มานัต จึงประกาศที่จะกลับบ้านเกิดจันทบุรี ไปเป็นชาวสวนผลไม้ ไม่คบหาเพื่อน ตราบใดที่เพื่อนยังไม่เข้าใจตนเอง
พล.อ.อ.มานัต เผยว่า ยึดหลักประเมิน จาก 6 Q 10 ประการ พิจารณานายทหารยศ พลอากาศเอก ทั้งหมด โดย พล.อ.อ.แอร์บูล ได้คะแนนสูงสุด 380 คะแนน
เพราะต้นทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน และให้คะแนน จากการเรียน พฤติกรรม ทั้งหมด ตั้งแต่เรียนโรงเรียนเตรียมทหาร จนมาเป็นนักเรียนนายเรือกาศ และจบมา รับราชการในช่วง เกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ แค่ 1-2 ปี รวมทั้ง ตำแหน่งที่ผ่านมา คะแนนการเป็นนักบิน แบบอากาศยาน ซึ่งรวมพล.อ.อ.แอร์บูล มีคะแนนสูงสุด
พล.อ.อ.มานัต ยืนยันว่า ไม่มีใบสั่ง หรือสัญญาณใด อย่าไปเชื่อมโยง ไม่มีการถูกแทรกแซง เพราะถ้าแทรกคงไม่ได้เป็นชื่อแอร์บูล แต่ตนพิจารณาคนเดียว เสนอชื่อเดียวไปตั้งแต่ต้น ไม่ได้มีการเปลี่ยน ส่งให้ นายกฯ พิจารณา พร้อมมีเอกสารแบบประเมิน
ที่มีการใช้แบบประเมินนี้ พล.อ.อ.มานัต กล่าวว่า จะเรียกว่าครั้งแรก ที่เอามาทำเป็นตารางแบบประเมินแบบนี้ ก็ได้ แต่จริงๆแล้วเป็นแนวทางตั้งแต่สมัยบุพการีกองทัพอากาศ คือเจ้าฟ้าจักรพงศ์ภูวนาถ ที่ผมไปอ่านศึกษาและพิจารณาจาก สิ่งที่ท่านได้ทำในการพิจารณาคัดเลือกคน
แต่ทว่า ก็ไม่ได้รับความเห็นใจและเข้าใจจากคนที่ไม่พอใจ ในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ที่มีการนำมาใช้เป็นครั้งแรก แต่ เมื่อ พล.อ.อ. แอร์บูล รับตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ก็เจอคำถาม ซึ่งปัญหาเหล่านี้โดยเจ้าตัวระบุว่า เราก็ค่อยแก้ไขอะไรกันไป เพราะเรามีหน้าที่ ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามนั้น
ยืนยันว่า ความเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องยังคงมีอยู่ เพราะเราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เป็นนักเรียนนายเรืออากาศ
หนึ่งปีนับจากนี้ในยุค พล.อ.อ.แอร์บูล จึงถูกจับตามองยิ่งว่าจะนำไปสู่จุดไหนและส่งผลต่อการเลือกผู้บัญชาการ คนต่อไปหรือไม่
โดยเฉพาะเมื่อขึ้นมาแล้ว พล.อ.อแอร์บูล จะเดินตามเส้นทางที่ พล.อ.อ.มานัต ให้ไว้หรือไม่