“เพื่อไทย” สวน “ประยุทธ์” บริหารล้มเหลว คอรัปชั่นพุ่งสูง แต่ส่งคนไร้เครดิตมาโต้มั่ว

การเมือง1 ก.พ. 2564 • 09:01 น.
“เพื่อไทย” สวน “ประยุทธ์” บริหารล้มเหลว คอรัปชั่นพุ่งสูง แต่ส่งคนไร้เครดิตมาโต้มั่ว
“เพื่อไทย” สวน “ประยุทธ์” บริหารล้มเหลว คอรัปชั่นพุ่งสูง แต่ส่งคนไร้เครดิตมาโต้มั่ว ท้า “ประยุทธ์” ออกทีวีชี้แจงความจริงทางเศรษฐกิจพร้อม “พิชัย” วันที่ 1 ก.พ.64 นางสาว ตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ไม่ควรส่งคนไร้เครดิตมาตอบโต้แทน แต่ควรออกมา แก้ไขและยอมรับว่า นอกจากเศรษฐกิจไทยจะทรุด ยังพบการทุจริตคอรัปชั่นที่มากมายในรัฐบาลตัวเอง ขนาดที่พลเอกประยุทธ์ ไม่เคยจะรู้แต่ประชาชนรู้กันทั่ว ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย นำทีมโดย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคด้านเศรษฐกิจได้ออกมาเสนอแนวคิดฟื้นเศรษฐกิจ 19 เรื่อง เพราะหากบริหารแบบในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยจะทรุดหนักมาก ต่อมาได้มีบทความในสื่อหลักต่างประเทศ นิเคอิ เอเชีย เขียนโดยนาย วิลเลียม พีเซก คอลัมนิสต์ชื่อดัง ที่ได้ออกมาเตือนและตอกย้ำว่าการบริหารประเทศที่ล้มเหลว ของพลเอกประยุทธ์จะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดต่อไปอีก 10 ปีหลังจากที่บริหารล้มเหลวมาตลอด โดยได้แนะนำในเรื่องเดียวกับที่ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยแนะนำมาตลอดแทนที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว. กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะรับฟังและนำข้อมูลไปปรับปรุง กลับส่งคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคมมาโต้และตอบแบบมั่วๆ ยิ่งทำลายความน่าเชื่อถือของพลเอกประยุทธ์ เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานสากลระดับโลก ยังชี้ว่าการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เพิ่มขึ้นสูง อันดับคอรัปชั่นหล่นลงจากอันดับที่ 101 ไปอันดับที่ 104 ขนาด IMD ที่พลเอกประยุทธ์ เคยถามว่าจะเชื่อนายพิชัยหรือจะเชื่อ IMD ก็ปรากฏว่า IMD ให้คะแนนความโปร่งใสลดลง จาก 45 ลงมาเหลือ 41 ซึ่งแสดงถึงการคอรัปชั่นที่มากขึ้นอย่างมโหฬาร และปัจจัยที่ทำให้คอรัปชั่นพุ่งส่วนใหญ่มาจากการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน และการลักลอบขนแรงงานเถื่อน ที่เป็นสาเหตุของการแพร่ไวรัสรอบใหม่ แต่กลับไม่มีการลงโทษและดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบ รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่พบการทุจริตที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ พบผู้กระทำความผิด 9,000 กว่าคนเสียหายกว่า 1.7 พันล้านบาทและยังมีอีกหลายที่ นางสาวตรีชฎา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ยิ่งการส่งคนต้นทุนต่ำที่ขาดความรู้ความเข้าใจทางเศรษฐกิจออกมาตอบโต้แทนพลเอกประยุทธ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยิ่งตอกย้ำแสดงให้เห็นว่า พลเอกประยุทธ์ ขาดความรู้ความเข้าใจทางเศรษฐกิจ หรือมีความรู้ทางเศรษฐกิจเพียงเท่านี้ โดยสิ่งที่ตอบมาเป็นสิ่งที่เลื่อนลอยขาดหลักการทางเศรษฐกิจ คิดเพียงต้องการโต้เพื่อปกป้องแต่ยิ่งกลับทำให้พลเอกประยุทธ์ ไร้ต้นทุนตามไปด้วย โดยลองมาศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องดังนี้ ข้อ 1 เรื่องปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเก็บจากคนรวยเพื่อมาช่วยคนจน แต่ที่ พรรค พปชร. หาเสียง (แต่ก็ไม่ได้ทำสักเรื่อง) และกำลังพิจารณาคือลดภาษีบุคคลธรรมดาลง 10% ซึ่งตรงข้ามกับที่พูดไว้เองแต่กลับนำมาตอบ ข้อ 2 รัฐบาลยังไม่มีแนวคิดอะไรที่จะหารายได้เข้ารัฐเลย นอกจากการเก็บภาษี แถมทุกปีการเก็บภาษีก็เก็บได้พลาดเป้ามาตลอดเพราะรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว โดยนายพิชัยเคยเสนอให้เจรจากับประเทศกัมพูชาในพื้นที่ทับซ้อนเพื่อนำแหล่งพลังงานมาแบ่งกัน ซึ่งจะทำรายได้เข้ารัฐปีละหลายแสนล้านบาท รัฐบาลเคยติดนำไปทำแต่ก็ล้มเลิกไปเมื่อปรับ ครม. หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่เคยเสนอ รัฐบาลเคยบอกว่าจะทำแต่ก็เงียบหายไป ตลอด 6 ปีเกือบเหมือนสูญเปล่า เพราะไม่ได้ทำอะไรที่พัฒนาขึ้นเลย ถ้าพัฒนาจริงป่านนี้ เศรษฐกิจคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้ ข้อ 3 การเปลี่ยนระบบแพลตฟอร์มของราชการ (digitalization) และการใช้ เทคโนโลยีบล็อกเชน จะต้องเปลี่ยนทั้งระบบ การยกตัวอย่างเรื่องเล็กๆที่ทำบางเรื่อง แสดงถึงความไม่รู้ไม่เข้าใจของพลเอกประยุทธ์ จึงได้สั่งให้คนมาโต้แบบไม่รู้เรื่องนี้ ข้อที่ 4 ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพประเทศเดียวในอาเซียนที่ไม่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า ยูนิคอร์น เกิดขึ้นเลยตลอด 6 ปีนี้ ในขณะทึ่ประเทศอื่นที่มีศักยภาพในอาเซียนมีกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือ เวียดนาม เป็นต้น ข้อ 5 ยิ่งแสดงความไม่ฉลาด และไม่ทำการบ้านมาเลย ที่อ้างว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ เพราะความจริง รัฐบาลพลเอกประยุทธ์เป็นรัฐบาลที่เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลสูงที่สุด ตลอด 10 กว่าปีทีผ่านมา โดยเก็บลิตรละ 5.99 บาท ในขณะที่สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเก็บเพียง 0.01 บาท หรือ เกือบจะไม่เก็บเลย ถ้าไม่ได้ศึกษาข้อมูลก็ไม่ควรจะมาตอบมั่วๆ ยิ่งแสดงความโง่เขลาของผู้ตอบโต้และผู้ที่ให้ตอบโต้แทน ถ้าพลเอกประยุทธ์ มั่นใจว่าสิ่งที่ให้คนไม่มีต้นทุนทางสังคมมาตอบเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว ยังมั่นใจก็ขอท้าให้พลเอกประยุทธ์ ออกทีวีชี้แจงพร้อมกับรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจเพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบความจริง จะได้เห็นความคิดที่แท้จริง และดูว่าประชาชนจะเชื่อใครมากกว่ากัน แต่รัฐบาลต้องเลิกอ้างว่าเพราะวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ เพราะรอบแรกของวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดเศรษฐกิจไทยก็ตกต่ำมาตลอดอยู่แล้ว ถึงขนาดที่สื่อหลักต่างประเทศอย่าง เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ วิจารณ์ประเทศไทยก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโควิดไว้แล้วว่า ประเทศไทยเป็นคนป่วยของเอเชีย และจะยิ่งป่วยหนัก และไทยก็ป่วยหนักจริงๆ โดยมีวิกฤตไวรัสโควิดเป็นตัวเร่งปฏิกริยาให้เศรษฐกิจไทยที่แย่อยู่แล้วจากการบริหารของพลเอกประยุทธ์ต้องทรุดหนักมากยิ่งขึ้น และถ้าพลเอกประยุทธ์ ยังไม่รู้ตัวและแก้ตัวมากกว่าจะแก้ไขเศรษฐกิจไทยคงทรุดต่อไปอีก 10 ปีตามคำทำนายเป็นแน่” นางสาวตรีชฎา กล่าว