"สุดารัตน์" จี้รัฐยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แก้สินค้าแพง-รายได้หดหาย

การเมือง29 ต.ค. 2564 • 02:48 น.
"สุดารัตน์" จี้รัฐยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แก้สินค้าแพง-รายได้หดหาย
วันที่ 29 ต.ค. 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า " ราคาสินค้าแพงขึ้น ขณะที่รายได้ประชาชนหดหาย เป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข โดยการยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ราคาน้ำมันของไทยแพงมาก เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน น้ำมันดีเซลไทย ลิตรละ 30 บาท ขณะที่มาเลเซียเพียงแค่ประมาณ 19 บาท ปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำมันราคาแพงคือ ภาษีสรรพสามิต ภาษีบำรุงท้องถิ่น กองทุนน้ำมันและกองทุนอนุรักษ์พลังงานซึ่งรวมกันแล้วประมาณลิตรละ 7 บาท ที่แพงมากที่สุดคือภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บตกลิตรละเกือบ 6 บาท หลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตคือ ภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภทก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดี สินค้าและบริการที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย สินค้าที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากรัฐ หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ เบียร์ สุรา ยาสูบ ไพ่ น้ำหอม โทรคมนาคม ม้าแข่ง หรืออาบอบนวด เป็นต้น ปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลจัดเก็บภาษีสรรพสามิตได้ 548,356.56 ล้านบาท เป็นภาษีจากน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประมาณ 222,000 ล้านบาท ซึ่งดิฉันเห็นว่า "น้ำมัน" เป็นปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของมนุษย์ รวมทั้งยังเป็นต้นทุนของการผลิตสินค้า บริการ และการขนส่ง โดยเฉพาะไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออก (export led growth economy) น้ำมันจึงไม่ควรถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราที่สูงมากเช่นที่รัฐบาลนี้กำลังทำ อีกทั้งการที่ราคาน้ำมันในประเทศแพงจะเป็นตัวฉุดรั้ง และทำลายขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ทำให้ราคาสินค้าจากไทยแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เป็นต้น รัฐบาลจึงควรพิจารณา “ยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศลดลง อันเป็นการช่วยลดภาระของประชาชนโดยตรง รวมทั้งยังทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้น ในการจัดเก็บภาษีรัฐบาลไม่ควรไปขูดรีดเอาจากต้นทุนของผู้ผลิต ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถของคนไทยลดลง รัฐบาลควรจัดเก็บภาษีจากกำไรอันจะทำให้ประชาชนเต็มใจที่จะจ่ายภาษีมากกว่า นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกแพงขึ้น เช่น ช่วงฤดูหนาวที่มีการใช้พลังงานมากกว่าปกติเป็นผลให้ราคาปุ๋ยที่จำเป็นต่อเกษตรกรราคาแพงตามไปด้วย รัฐบาลจึงควรมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องราคาปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตของพี่น้องเกษตรกรอีกด้วย"