“จิรายุ” เตือน “บิ๊กตู่” อย่าทำพลาดเสียค่าโง่ให้ต่างชาติ หลัง ก.พลังงาน ของบสู้คดี “เชฟรอน-โททาล”

การเมือง21 ส.ค. 2564 • 13:49 น.
“จิรายุ” เตือน “บิ๊กตู่” อย่าทำพลาดเสียค่าโง่ให้ต่างชาติ หลัง ก.พลังงาน ของบสู้คดี “เชฟรอน-โททาล”
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 21 ส.ค.ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณางบประมาณ ฝึกอบรมสัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น ใน กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า จากการพิจารณาเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อทักท้วงในที่ประชุมว่า กรมพลังงานเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงาน ตั้งงบประมาณมาเกือบ 200 ล้านบาท จ้างทนายเพื่อต่อสู้คดีสำคัญซึ่งสังคมไทยอาจจะไม่ค่อยได้ยินคดีนี้ ตนจึงขอเรียกร้องไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องติดตามตรวจสอบกรณีถูกบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกคือ บริษัทโททาลของฝรั่งเศส และเชฟรอนของสหรัฐอเมริกา ฟ้องรัฐบาลไทย โดยยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งถือว่าเป็นความบกพร่องผิดพลาดของการบริหารราชการแผ่นดินที่อาจจะทำให้ประเทศเสียหายได้ การตั้งงบประมาณในปี 2565 เป็นจำนวนเงินเกือบ 200 ล้านบาทนั้นถือเป็นล็อตแรก เพราะไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะถ้าเกิดคิดเป็นขั้นบันไดในการจ้างทนาย ก็จะดูตามมูลค่าที่มีการฟ้องร้อง ที่อาจจะจ่ายค่าทนายสูงถึง 1 พันล้านบาท ยังไม่นับรวมหากแพ้คดีก็จะมีวงเงินมูลค่าสูงมากกว่า 1 แสนล้านบาท นายจิรายุ กล่าวว่า ทั้งนี้ในโครงการดังกล่าวที่มีปัญหาปรากฏว่า ก็ไม่ค่อยเป็นข่าวเท่าไหร่ เนื่องจากรัฐมนตรี 3 คน ที่อาจเป็นผู้มีส่วนในการตัดสินใจผิดพลาดนั่น ก็คือนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ในยุครัฐบาล คสช. คนที่ 2 คือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และคนที่ 3 คือนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ซึ่งยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะกฎหมายที่รัฐบาลไทยไปทำสัญญาตอนปี 2515 ระบุชัดว่า เมื่อหมดสัญญาผู้ลงทุนก็ต้องส่งมอบทรัพย์บนแผ่นดินให้ แต่พอปี 2559 สนช. ยุคคสช. ไปแก้กฎหมายว่าบริษัทผู้ลงทุนนั้นต้องรื้อและจ่ายค่ารื้อให้รัฐบาล ซึ่งกฎหมายไม่สามารถบังคับย้อนหลังได้ โดยโครงการมีมูลค่าการซื้อที่แหล่งเอราวัณกว่า 200 แท่น เป็นเงินกว่า 75,000 ล้านบาทและแหล่งบงกชกว่า 100 แท่น เป็นเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาททั้งนี้มีแท่นที่ยังใช้การได้มากกว่า 80% ที่จะส่งมอบให้ผู้รับสัมปทานรายต่อไปได้ เป็นความบกพร่องของรัฐบาลที่ไม่เคยขอแก้ไขสัญญาสัมปทานเดิมและการเจรจาเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่บังคับใช้ในภายหลัง นายจิรายุ กล่าวว่า แทนที่ประเทศจะได้ทรัพย์สินและแท่นขุดเจาะในทะเลมาฟรีๆ เพื่อให้นำไปให้ผู้รับสัมปทานรายต่อไป และเป็นต้นทุน ที่คืนประเทศได้ ก็เป็นปัญหาจนได้ เผลอๆ นอกจากไม่ได้เงินแล้วยังอาจเสียค่าโง่จ้างทนายสู้อีกด้วย ซึ่งตนทราบว่าทนายที่จ้างก็เป็นคู่ปรับเก่าของบริษัทเชฟรอน ของสหรัฐอเมริกา และโททาล ของฝรั่งเศส เรื่องนี้สองยักษ์น้ำมันมีส่วนใกล้ชิดกับรัฐบาลของเขาในฐานะธุรกิจหลักของประเทศ หากรัฐบาลไทยเดินเกมผิดนอกจากจะเป็นปัญหารายจ่ายที่ไม่ควรจ่ายแล้วยังอาจมีปัญหากับกลุ่มธุรกิจและการเมืองในการสนับสนุนด้านต่างๆ ของทั้งสองประเทศอีกด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องกำกับอย่างใกล้ชิด