"เชาว์" งง "เนตร นาคสุข" โผล่สมัคร ป.ป.ช.ทั้งที่ถูกสอบวินัยร้ายแรง ปมค้าสำนวนสั่งไม่ฟ้อง "บอส กระทิงแดง"
"ทนายเชาว์" งง "เนตร นาคสุข" โผล่สมัคร ป.ป.ช. ทั้งที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงของ กอ.-ป.ป.ช.สอบวินัย-อาญา ปมค้าสำนวน คดีสั่งไม่ฟ้อง บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ชี้ อาจขาดคุณสมบัติ เหตุ ไม่พบซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ เศร้าใจ ความละอายกำลังหายจากสังคม แนะ เนตร ถอนตัว
วันที่ 4 ก.พ.65 นายเชาว์ มีขวด ทนายความอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง เนตร นาคสุข สมัคร ป.ป.ช.สะท้อน ความละอายกำลังหายไปจากสังคมไทย มีเนื้อหาระบุว่า ข่าวนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ที่เป็นผู้จรดปากกาลงนามในคำสั่งไม่ฟ้องนายบอส วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ไปสมัครเป็นกรรมการ ป.ป.ช.แทนตำแหน่งที่ว่าง ทำให้รู้สึกตกใจกับสภาพสังคมที่เกิดขึ้น เรามาถึงจุดที่คนถูกกล่าวหาว่าทำผิด คบคิดขบวนการค้าสำนวน ที่อยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และการสอบสวนของ ป.ป.ช.ทั้งทางวินัยและอาญา กลับอาสาตัวมาทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ในฐานะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องตลกร้ายแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นในสังคมอารยะ แต่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย
ถามว่าในทางปฏิบัติ นายเนตร ลงสมัครได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะตามมาตรา 10 (4) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 บัญญัติคุณสมบัติไว้ว่า จะต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่กรณีของนายเนตร สิ่งที่เป็นที่ประจักษ์ของสังคม คงไม่ใช่เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตตามที่ที่กฎหมายกำหนดไว้
"ทางที่ดีผมอยากให้นายเนตรได้ไตร่ตรองดูอีกสักครั้ง ถอนตัวไปเถอะครับ จะตะแบงท้าทายสังคมไทยไปเพื่ออะไร ผมไม่เข้าใจจริง ๆ และทางคณะกรรมการอัยการ ก็ควรเร่งสรุปผลสอบวินัยร้ายแรงได้แล้ว ว่าได้ผลเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับ ป.ป.ช.ที่ต้องเร่งมือทำความจริงให้กระจ่าง อย่าปล่อยให้คาราคาซังอยู่ อย่างนี้เพราะเรื่องนี้นับแต่คณะกรรมการชุดอาจารย์วิชา มหาคุณสรุปผลสอบก็ผ่านมาจะครบสองปีในเดือนสิงหาคมนี้แล้ว สิ่งที่ผมห่วงมากที่สุดคือ จริยธรรมที่เริ่มถดถอย ความละอายที่กำลังค่อย ๆ หายไปจากสังคม จะเป็นจุดเริ่มต้นของความล่มสลายทางจริยธรรม"นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย