รายงานพิเศษ : "หลวงปู่สาคร" พระนักพัฒนา พลิก "น้ำ" คืนผืนป่า-ชุบชีวิต "ช้างไทย"

การเมือง5 ต.ค. 2563 • 13:17 น.
รายงานพิเศษ : "หลวงปู่สาคร" พระนักพัฒนา  พลิก "น้ำ" คืนผืนป่า-ชุบชีวิต "ช้างไทย"
เรื่อง/ภาพ : พัชรพรรณ โอภาสพินิจ ". . . คนหากิน สัตว์ก็หากิน เราไม่เบียดเบียนกัน และกัน ต้นไม้งาม คนก็งดงาม งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร ชุบชีวิตทุกฝ่ายเบิกบาน มีคน มีต้นไม้ มีสัตว์ป่า" นี่คือท่อนหนึ่งของเพลง "ชีวิตสัมพันธ์" ที่บรรยายถึงความสวยงามของธรรมชาติ การพึ่งพาอาศัยกันของป่า สัตว์ป่า และคน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับป่าไม้ ซึ่งถือเป็นเพลงหนึ่งที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยผ่านหูมาแน่นอน แต่ไม่ว่าเพลงนี้จะถูกบรรเลงมากี่ยุคกี่สมัย แต่ทว่าปัญหาของการตัดไม้ทำลายป่า และการล่าสัตว์ป่าก็ยังคงอยู่ และยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากผลกระทบที่ถูกสะสมมา ปัญหาหนึ่งที่เห็นได้ชัดในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี้ คือปัญหาของสัตว์ป่า อย่างช้างป่า ที่ลงมากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน จนกลายเป็นผู้ต้องหาถูกสังคมมนุษย์ตราหน้าว่าบุกรุกพื้นที่ของตน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว พื้นที่เหล่านั้นล้วนเป็นพื้นที่ป่ามาก่อนทั้งสิ้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นบ้านของสัตว์ป่า จนมีมนุษย์เข้าไปถากถาง ปลูกพืชผัก ปลูกบ้าน สร้างชุมชน แล้วอ้างว่าเป็นบ้านของตัวเอง! อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นเรื่องที่ต้องแรกกันถึงชีวิต อย่างที่เห็นกันผ่านหน้าจอทีวีมีการใช้ความรุนแรงกับช้างที่ลงมากินพืชผลเหล่านั้น ซึ่งหากพิจารณาจากต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดแล้ว จะเห็นว่า ปัญหาหลักคือความแห้งแล้ง การขาด "น้ำ" เนื่องจากพื้นที่หากินในป่าด้านในของช้างนั้น ไม่มีน้ำ และความแห้งแล้งส่งผลถึงอาหารของช้างป่าเช่นกัน ทำให้ช้างเหล่านั้น ต้องเดินทางออกมาหาแหล่งน้ำถึงพื้นที่ป่าด้านนอก โดยกว่าจะถึงแหล่งน้ำด้านล่าง ก็จำเป็นจะต้องผ่านพื้นที่ชุมชน และเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น ทาง หลวงปู่สาคร ธัมมาวุโธ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ในฐานะประธานมูลนิธิพิทักษ์คชสาร ได้เล็งเห็นถึงต้นทางของปัญหานี้ รวมถึงได้ให้ความสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และสัตว์ป่าในเขต อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยเฉพาะช้างป่า ที่เป็นสัตว์คู่บ้าน คู่เมือง คู่แผ่นดินจึงได้จัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ทั้งคน และสัตว์ป่า เพื่อให้ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งหนึ่งในโครงการนั้นคือ "โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตร - สัตว์ป่า และการฟื้นฟูแหล่งอาหารสัตว์ป่าประชาชนร่วมใจ ถวายในหลวง" โดยครอบคลุมพื้นที่ ต.ท่าขนุน ต.ห้วยเขย่ง ต.หินดาด และต.ลิ่นถิ่น โดยล่าสุดหลวงปู่สาคร และมูลนิธิพิทักษ์คชสาร ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการดังกล่าว อาทิ ฝายกึ่งสระซอยซีเมนต์ที่สร้างเป็นแหล่งน้ำเพื่อสัตว์ป่า เพื่อลดผลกระทบช้างป่าผ่านบริเวณชุมชน ซึ่งหลายบ่อที่ดำเนินการเสร็จแล้ว พบว่ามีรอยช้างป่าลงมากิน และเล่นน้ำ รวมถึงการปลูกป่าพืชพรรณอาหารสัตว์ เพื่อให้พอเพียงต่อความต้องการของสัตว์ป่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการขยายบ่อน้ำเพื่อการเกษตรพอเพียงในพื้นที่โรงเรียน บ่อบาดาลน้ำตื้นในพื้นที่ชุมชน และโรงผลิตน้ำดื่มชุมชน ที่ติดตั้งตามโรงเรียน และวัด เพื่อให้ชุมชนได้มีน้ำดื่มที่สะอาดด้วย ขณะที่การส่งเสริมอาชีพของชาวบ้านในพื้นที่นั้น ในอนาคตจะมีโครงการการทำเกษตรเพื่อการบริโภค ตามแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้ และอาชีพที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นหลักกินได้ และปลอดภัยด้วย ทั้งนี้ยังช่วยแก้ปัญหาการล่าสัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม ยังมีโครงการสอนธรรมะแก่เด็ก ๆ ในชุมชน โดยปลูกฝังเรื่องธรรมะ และการรักษาป่า ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า จะสามารถสร้างคนที่มีคุณธรรม ศีลธรรม ในการรักษาป่าต่อไป ด้าน หฤทัย คงควร รองประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์คชสาร เล่าให้เราฟังว่า การแก้ปัญหาให้ช้างป่านั้น หลวงปู่สาคร ไม่ได้แก้ให้เฉพาะช้างเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงชาวบ้านด้วย ช้างถือเป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ และต้องมีบ้านใหญ่โดยธรรมชาติ ถ้าเรารักช้าง ก็ต้องคำนึงถึงที่อยู่อาศัยของช้างด้วย เราต้องอยู่แบบมีอภัยทาน เขาอาจจะมารบกวนเราบ้าง มาผ่านที่เราบ้าง เราก็ต้องเข้าใจกัน และต้องสอนให้คนในพื้นที่เข้าใจด้วยว่าเราเองก็เป็นเจ้าของช้าง เป็นส่วนหนึ่งของเขา ถ้าคิดเช่นนี้ ก็จะทำให้เรารู้สึกเป็นห่วง เป็นใยช้าง นอกจากนี้ หฤทัย ยังเล่าให้เล่าฟังถึงปัญหาของช้างป่า ที่ไม่เพียงขาดแคลนอาหาร และน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภัยจากการล่าด้วย โดยจากการติดตามของมูลนิธิฯ พบหลักฐาน อาทิ บ่วงแร้วที่ใช้ดักคล้องช้าง การทำหลุมดัก จนไปถึงไม้ที่ตอกตะปู เพื่อเป็นกับดักให้ช้างเหยียบ โดยการล่าช้างป่านั้น มีทั้งเพื่อขายแยกชิ้นส่วน การนำช้างที่มีรูปลักษณ์ดีไปต่อยอด รวมถึงนำไปใช้แรงงาน โดยช้างบางตัวมีราคาถึง 6 หลักซึ่งในปัจจุบัน มีช้างป่าในเขต อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 120 ตัว อย่างไรก็ตาม ปัญหาของคนกับช้างป่า ถือเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยืดเยื้อ ไม่เพียงเฉพาะพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ป่าอื่น ๆ ที่มีการบุกรุกเข้าไป หรือมีการตั้งชุมชนบริเวณรอบพื้นที่ป่า ซึ่งอย่างที่กล่าวข้างต้น หากพิจาณาจากต้นเหตุของปัญหา จะพบว่าปัญหาความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ คือปัญหาหลักที่ส่งผลให้ช้างป่าต้องลงมาถึงพื้นที่ด้านล่าง ดังนั้นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือแก้ที่ต้นเหตุ ไม่เพียงแค่ชาวบ้านในพื้นที่เท่านั้นที่จะต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้ แต่รวมถึงคนอื่น ๆ นอกพื้นที่ด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่า แม้เราไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า แต่เราทุกคนเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้งนี้โดยตรง ในทางกลับกัน เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาแห้งแล้งนี้ด้วย