อดีตรมว.คลังขวางกฟผ.ปล่อยเอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม
วันที่ 6 ก.ค.นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...“รัฐจะต้องไม่ทำการใด ที่มีผลให้สัดส่วนของ กฟผ. ลดลงกว่าปัจจุบัน”คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินสะเทือนธุรกิจผลิตไฟฟ้าอย่างหนัก
ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่า การที่หลายรัฐบาลปล่อยให้การผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลดต่ำกว่า 51% นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ 2560 และให้รัฐบาลแก้ไขภายในปี 2572 ให้สัดส่วนผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 51%
คุณรสนาบรรยายว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ. จึงเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งแก้ไขประเด็นดังกล่าว ซึ่งตัวเลข ณ. 31 พ.ค 2562 กฟผ. ผลิตไฟลดลงเหลือเพียง 34% เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าบริษัทเอกชนผมเคยเขียนไว้ว่า การที่รัฐบาลในอดีตอนุมัติให้เอกชนผลิตไฟฟ้าขายให้ กฟผ. นั้น เป็นเรื่องดี แต่ผิดพลาดใน 2 ประเด็น
ประเด็นที่หนึ่ง ไม่ควรจะให้เอกชนใช้ก๊าซจากอ่าวไทยเป็นเชื้อเพลิง เพราะเป็นทรัพยากรของคนไทยทั้งมวล จึงควรให้เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ กฟผ. ซึ่งประชาชนทั้งประเทศเป็นเจ้าของ
ควรกำหนดให้เอกชนที่ผลิตไฟฟ้า ต้องไปแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ และใช้แหล่งพลังงานใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองมากกว่าประเด็นที่สอง ไม่ควรอุ้มเอกชนด้วยการให้เงื่อนไข Take or pay ซึ่งกำหนดว่า เมื่อเอกชนลงทุนและพร้อมจะผลิตไฟฟ้าแล้ว กฟผ. จะต้องรับซื้อเสมอเงื่อนไขทำนองนี้ กำหนดได้สำหรับรัฐวิสาหกิจที่สร้างโรงไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงให้แก่รัฐวิสาหกิจ จะทำให้ระดมทุนได้สะดวกขึ้นแต่ถ้านำไปใช้กับธุรกิจไฟฟ้าเอกชน ก็จะเท่ากับรัฐรับประกันรายได้ให้แก่เอกชนฟรีๆ ทั้งที่ในธุรกิจอื่นตามปกติ เอกชนล้วนต้องเสี่ยงเอาเอง
สืบเนื่องจากสองประเด็นที่ผิดพลาดดังกล่าว เอกชนจึงแห่แหนกัน ยื่นขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้ากันยกใหญ่ ถึงขั้นมีข่าวว่า ต้องติดสินบนนักการเมืองที่อยู่ในอำนาจ เมกกะวัตต์ละล้าน จริงหรือไม่?เพื่อปรับสัดส่วนในแผนผลิตพลังงานไฟฟ้า (PDP) เสียใหม่ รัฐบาลจึงต้องยุติการอนุมัติให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกในระยะ 10 ปีนี้
คุณรสนาระบุว่า ตามแผน PDP ของรัฐบาลนี้ ยังกำหนดให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกกว่า 2 หมื่นเมกกะวัตต์ ซึ่งหากรัฐบาลยังจะขืนอนุมัติให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าอีก ก็จะไม่สามารถทำให้การผลิตไฟฟ้าของกฟผ.เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 51% ภายใน 10 ปีเกิดขึ้นได้
ประชาชนย่อมมีสิทธิตรวจสอบ และทักท้วง หากรัฐบาลและรัฐมนตรีพลังงานยังขืนอนุมัติให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกหลังจากนี้ผมขอเพิ่มเติมว่า นอกจากรัฐจะต้องไม่ออกใบอนุญาตใหม่แล้ว แม้แต่ใบอนุญาตเดิมที่ให้ไปแล้วก่อนหน้า กรณีที่ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้างโรงไฟฟ้า ก็ไม่ควรอนุญาตให้เริ่มก่อสร้างด้วย