"โบว์"เตรียมทีมทนายความช่วย "หมู่อาร์ม" สู้คดีเหตุถูกปลด หลังออกมาเปิดโปงทุจริต
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่รัฐสภา น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา โฆษกคณะทำงานพิจารณาศึกษากรณีการข่มขู่คุกคามส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือ หมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณแผนกโครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ออกมาเปิดเผยปัญหาทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในกรมสรรพวุธทหารบก กล่าวถึงความคืบหน้าในการทำงานว่า เบื้องต้นทราบว่ากองทัพบกได้มีคำสั่งปลดออกจากราชการแล้ว ทั้งที่หมู่อาร์มอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2561 มาตรา 133 ที่กำหนดให้ต้องได้รับความคุ้มครองหรือมีมาตรการอื่นใดตามที่เห็นสมควร นอกจากนี้ ในวันที่ 22 มิ.ย.ส.อ.ณรงค์ชัย จะต้องไปรายงานตัวที่ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก และถูกส่งไปตัวที่ศาลทหารเพื่อฝากขัง ซึ่งในกรณีนี้คณะทำงานและศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะให้ความช่วยเหลือเพื่อประกันตัวต่อไป เพราะส.อ.ณรงค์ชัยไม่เคยมีเจตนาหลบหนีแต่อย่างใด
ด้าน ส.อ.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ขอประกาศจุดยืนต่อต้านการทุจริตและทวงคืนความเป็นธรรมให้กับคนไทย
ขณะที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ส่วนตัวยังมองว่าการปลดหมู่อาร์มออกจากราชการมาจากความผิดในการประสานงานภายในกองทัพบกเพราะหมู่อาร์มอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานตามกฎหมายแล้ว และต้องได้รับการประกันสิทธิประโยชน์ต่างๆจากทางราชการ ประกอบกับพฤติการณ์ที่ผ่านมาของส.อ.ณรงค์ชัยนั้นได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ตามกระบวนการทุกประการ ดังนั้น การจะกล่าวหาหลบหนีราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควรจนเป็นเหตุให้ปลดจากราชการจึงไม่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้กองทัพบกสามารถทบทวนคำสั่งให้ออกจากราชการได้
"ผู้ทุจริตย่อมปกปิดข้อมูลหลักฐานและพยาน เมื่อหมู่อาร์มไม่ปลอดภัยจึงต้องไปยังป.ป.ช. ดังนั้น การดำเนินการของหมู่อาร์มถูกต้องตามกฎหมาย การปลดออกจากราชการเป็นผลมาจากการขาดประสานงานระหว่างกองทัพกับศาล ซึ่งกองทัพบกสามารถสั่งทบทวนคำสั่งปลดออกจากราชการได้ เพราะที่ผ่านมาผบ.ทบ.ประกาศชัดเจนว่าจะขอปราบทุจริต ซึ่งการปราบปรามทุจริตที่ดีที่สุด คือ การคุ้มครองพยาน" พล.ท.พงศกร กล่าว