กกต.แย้ม2วัน มีข่าวใหญ่

การเมือง3 พ.ค. 2566 • 06:02 น.
 กกต.แย้ม2วัน มีข่าวใหญ่

"บิ๊กตู่" ไม่ตอบปม "ทักษิณ" อยากกลับไทย "อนุทิน" แนะฝ่ายกฎหมาย-ผู้สมัครส.ส.ภูมิใจไทย ฟ้อง "เศรษฐา" ปราศรัยโจมตีเสียหาย ด้าน"เศรษฐา"โต้"อนุทิน" ยันยังเป็นคนเดิม เพิ่มเติมคือความหวังของปชช. ให้รอฟังฉันทามติ 14 พ.ค.นี้ กกต.ระบุพท. ปราศรัยพาดพิงภท. ไม่เข้าข่ายใส่ร้าย แย้ม 2 วัน มีข่าวใหญ่ 
       
     ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 พ.ค.66 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อมาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตึกบัญชาการ 1 โดยได้ทักทายผู้สื่อข่าวว่า ขอบคุณนะ ขอให้มีความสุข สวัสดี มีใจให้ทุกคน เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ทวิตเตอร์ โดยระบุจะกลับไทยเพื่อมาเลี้ยงหลาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันมายิ้ม แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินเข้าตึกไปทันที

    
 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการดำเนินคดีกับนายเศรษฐาแล้วหรือยัง นายอนุทิน  กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็มีฝ่ายกฎหมาย ซึ่งก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของเขา ตรงนี้ไม่ต้องถามหัวหน้าพรรคเพราะหากใครทำผิดกฎหมายก็สามารถร้องเรียนได้ ถ้ามาพูดเรื่องเท็จในช่วงของการหาเสียงด้อยค่านโยบายพรรคหรือเกิดผลทางลบนั้น ผู้เสียหายทุกคนที่เป็นผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ก็มีสิทธิ์ดำเนินการฟ้องร้องด้วยความชอบธรรม
  
   เมื่อถามว่า การปราศรัยของนายเศรษฐาจะทำให้พรรคเพื่อไทยเหลือทางเดินแคบลงหรือไม่ และต้องรับผิดชอบอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เพื่อไทยเมื่อถึงเวลาจริงๆ ก็รู้กันอยู่แล้วว่าใครเคาะได้ ใครได้แต่พูด คนการเมืองรู้ดีตนไม่กังวลเรื่องพวกนี้หรอก เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยไปปราศรัยโจมตีในพื้นที่อีสานใต้แสดงว่าไม่มั่นใจในคะแนนเสียงหรือ  นายอนุทิน กล่าวว่า  การวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงไม่ใช่ไปบอกว่าอย่าไปเลือกภูมิใจไทย เดี๋ยวลุงตู่มา ซึ่งอย่างนี้มันพูดไม่ได้ เพราะเป็นการโน้มน้าวทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย รวมถึงผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค
       
"ถ้ามีประเด็นทางกฎหมายเราก็ต้องดำเนินการ หากพรรคได้จำนวนส.ส.มากพอก็ต้องรับตำแหน่งสำคัญ ไม่ว่าตำแหน่งนายกฯ หรืออะไร ยืนยันว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยมา นายอนุทินเป็นนายกฯ" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
   
  ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคครอบครัวเพื่อไทย มีวุฒิภาวะมากกว่าหรือไม่ นายอนุทิน ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว แต่ขอแสดงความยินดีกับน.ส.แพทองธารที่คลอดบุตรชาย ตอนแรกตนจะโพสต์แสดงความยินดี แต่เนื่องจากมีประเด็นทางการเมือง อาจจะโดนมองว่าเป็นการทอดสะพานทางการเมืองหรือไม่ แต่ในมุมของการเป็นคนรักใคร่ชอบพอกัน ก็ต้องแสดงความยินดีจริงๆ คนมีลูกจะมีความสุข ฝากแสดงความยินดีกับคุณตาด้วย
    
 เมื่อถามถึงกรณีที่ นายทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกฯ ระบุว่าจะกลับมาเลี้ยงหลาน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ใช่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะวิพากษ์วิจารณ์ได้ จะเห็นได้ว่าพรรคภูมิใจไทย หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงทางอื่นไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม
      
 "ย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยว่าจะสนับสนุนพรรคที่มีส.ส.มาเป็นลำดับที่ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่เห็นด้วยกับการให้คนที่อยู่นอกบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ เข้ามาเป็นนายกฯ" นายอนุทิน กล่าว
    
 เมื่อถามว่า จะต้องมีการเคลียร์ใจกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีแล้ว "พี่เขาว่าผมก่อน เขาไม่ได้ว่าผมส่วนตัว เขาว่าพรรค หนักกว่าว่าส่วนตัวอีก เพราะว่าส่วนตัวผมยังมองว่าเป็นพี่ๆ น้องๆกัน แต่นี่ว่าพรรค คนอื่นๆในพรรคก็เสียหาย ผมจึงจำเป็นต้องออกมาตอบโต้ เท่านั้นเอง  ไม่มีอะไรในเรื่องส่วนตัว หากมีเรื่องส่วนตัวคงไม่เรียกพี่นิด"
   
  ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไฟเขียวให้ผู้สมัครทั้งประเทศฟ้องเอาผิดหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ได้มีธง แล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละคน ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์เราต้องทำงานของเรา ถ้าผู้สมัครคนใดรู้สึกเสียหายก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราไปชี้นำหรือสั่งการคงไม่ได้ เมื่อถามว่า จะเป็นการปิดประตูกับพรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาเขาก็มีช่องทางในการพูดคุย ทุกพรรคการเมือง
    
 เมื่อถามว่า จะเป็นเงื่อนไขว่าหากพรรคเพื่อไทยให้นายเศรษฐาเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทยจะไม่จับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ ภูมิใจไทยยังไม่พูดท่าทีอะไรทั้งสิ้น ตั้งแต่วันที่แถลงจุดยืนพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่มีการหารือกับพรรคการเมืองใด ทุกวันนี้ดูแลแต่ตัวเอง ไม่ให้บอบช้ำกับการกล่าวหา การให้ร้ายจากผู้อื่น
    
 นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงผลโพลของพรรคภูมิใจไทยในช่วงโค้งสุดท้ายว่าดี และตนก็คาดหวังส.ส.ได้มากที่สุดเท่าไหร่ก็เท่านั้น เพราะคนที่ตัดสินใจคือประชาชน หากวันนี้ไม่ติดการประชุมครม.คงไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ที่ต้องเข้ามาทำหน้าที่ให้สมบูรณ์
 
วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ระบุว่า ขอบคุณคุณอนุทินที่ให้เกียรติเรียกผมว่าพี่และให้ข้อคิดกับรุ่นน้องทางการเมืองอย่างผม แต่ผมต้องขอแย้งในสิ่งที่คุณหนูบอกว่าผมเปลี่ยนไปเยอะ ผมยังยืนยันว่าผมยังเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน คนเดิม ที่ไม่โจมตีตัวบุคคล (Individual) มาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ในภาคธุรกิจ และผมยืนยันหลักการที่ไม่ว่ายังไง เราต้องพูดเรื่อง ความ หรือ การกระทำ (Action) ได้ หาก การ(กระทำ) เหล่านั้นส่งผลลบต่อสังคม
   
  ในช่วงที่ผ่านมาที่ผมลงพื้นที่ ผมสัมผัสถึงความทุกข์ใจของพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง พวกเขาแสดงความไม่พอใจกับภาพ การ ปล่อยให้เกิดภาพนักเรียนอายุ 10 ขวบสูบกัญชาหรือ การ เกิดปัญหายาเสพติดอื่นๆมากขึ้นในชุมชนต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่ผมและพี่น้องประชาชนจำนวนมากรับไม่ได้ และไม่อยากเห็นอนาคตของลูกหลานใช้ชีวิตในบ้านเมืองแบบนี้ ผมได้แต่หวังว่าคุณหนูจะเห็นปัญหาที่ประชาชนเห็นเหมือนกับผม
    
 ที่คุณหนูได้บอกว่านักธุรกิจที่เข้าสู่การเมืองหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ ผมเองในฐานะอดีตนักธุรกิจที่อาสาเข้ามาทำงานการเมือง ความสำเร็จของผมคือประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน และการสร้างอนาคตที่ดีเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลาน ผมไม่รู้ว่าความประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จของคุณหนูจะเหมือนกับผมหรือไม่
     
โดยส่วนตัว ผมไม่ใช่คนที่จะไปขัดแย้งกับใคร นายเศรษฐา ทวีสิน เชื่อในการพูดคุย รับฟัง เพื่อประโยชน์ที่สูงที่สุดของพี่น้องประชาชน ผมก็พร้อมที่จะขัดแย้ง ที่อาจทำให้ทางเดินทางการเมือง แคบลง เพื่อ เปิดกว้าง อนาคตให้กับลูกหลาน มากกว่าที่จะเกรงใจคนนั้นคนนี้เพื่อ เปิดกว้าง ทางการเมืองแต่ทำให้ทางออกอนาคตของลูกหลานพวกเรา แคบลง
     
ช่วงนี้โค้งสุดท้าย ผมขอให้คุณหนูดูแลสุขภาพ เพื่อจะได้ใช้เวลาลงไปพูดคุยกับประชาชน รับฟังเสียงความต้องการของพวกเขา และรอรับฟังฉันทามติจากพี่น้องประชาชนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้พร้อมกันครับ เศรษฐา ทวีสิน คนเดิม เพิ่มเติมคือความหวังของพี่น้องประชาชน"
 
    ด้าน นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการที่นายอนุทินกล่าวตอบโต้นายเศรษฐาค่อนข้างแรงว่า เป็นสิทธิของนายอนุทินที่จะตอบโต้ แต่ตนได้ฟังการปราศรัยของนายเศรษฐาแล้วไม่มีข้อความที่ผิดกฎหมาย เป็นการวิเคราะห์การเมืองบนเวทีปราศรัยว่าถ้าไม่เลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบและแบ่งคะแนนไปหลายพรรค จะไม่สามารถเอาชนะลุงได้และเปลี่ยนรัฐบาลไม่ได้ ต้องเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ทั้งคนทั้งพรรคเท่านั้น ตนไม่เห็นว่านายเศรษฐาขาดวุฒิภาวะตรงไหน 
   
  ที่ประกาศว่าไม่เอากัญชาเสรี แต่เอากัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ก็เป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่ตระหนักในพิษภัยยาเสพติดและนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้เห็นผลภายใน 1 ปี"
     
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย  มีการปราศรัยพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย จะเข้าข่ายให้ร้ายหรือไม่ และจะต้องมีคนร้องเรียนเข้ามาก่อนหรือไม่ ว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น ต้องมีคนร้อง เราอาจจะเห็น จะทราบ แต่ยังมีรายละเอียดอีกมาก มีหลายเรื่องที่แจ้งเข้ามา และต้องรีบกลับไปตรวจสอบ อย่างในกรณีของจ.นครราชสีมา มีการแจ้งเข้ามาว่ามีการซื้อเสียง เราทำงานกันหนักในตอนนี้ เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้สมัครบางคนเผาป้ายหาเสียงของตนเอง จะถือว่ามีความผิดหรือไม่ นายปกรณ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว
    
 นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าจะมีการยุบพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง โดยย้ำว่า ไม่มีสัญญาณ เรื่องการยุบพรรค แต่มันอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วง 1-2 วันนี้ ซึ่งเรื่องอะไรที่ไม่ถูกต้องจะแจ้งให้ทราบ ไม่มีอะไรปิดบัง ตนมีวาระอีกไม่นาน ยืนยันจะการทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ขอให้สัญญาด้วยตำแหน่ง เมื่อถามว่า จะเกิดอะไรขึ้น นายปกรณ์ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไร แม้สื่อมวลชนพยายามจะถามว่าเรื่องการยุบพรรคหรือไม่ นายปกรณ์ ก็ปฏิเสธว่า อย่าไปคิดขนาดนั้น