“ผู้ประกอบการนวดแผนไทย” ร้องบิ๊กตู่” วอนปลดล็อก เหมือนร้านทำผม-ทำเล็บ หลังกระทบหนัก หลายร้านล้มละลาย
ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) นายพิทักษ์ โยธา ตัวแทนผู้ประกอบการสถานบริการเพื่อสุขภาพ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุท์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ผ่าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรมต.ประจำนายกรัฐมนตรี และนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมแนบรายชื่อผู้ประกอบการ ทั้งหมด ที่มีถึง 500 กว่ารายชื่อ เพื่อขอให้พิจารณาผ่อนปรนหรือปลดล็อกกิจการประเภท นวดแผนไทย หรือนวดเพื่อสุขภาพ
โดยนายพิทักษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา มาตรการการผ่อนปรนของรัฐบาลในเรื่องของกิจการ และกิจกรรมต่างๆ ไม่มีกิจการประเภทนวดเพื่อสุขภาพ จึงเห็นว่า กิจการประเภทนวดเพื่อสุขภาพไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีความลำบาก จากการล็อกดาวน์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 นอกจากนี้ ยังมองด้วยว่ากิจการประเภทนวดแผนโบราณหรือนวดเพื่อสุขภาพไม่ได้มีความแตกต่างจากกิจการประเภทเสริมความงาม เช่น ร้านตัดผม ร้านท่าเล็บ และห้างสรรพสินค้า ซึ่งไม่เกี่ยวกับการทำใบหน้า แต่กิจการประเภทเสริมความงามกับได้รับการผ่อนปรน
นายพิทักษ์ กล่าวต่อว่า เงินเยียวยาของรัฐบาล 5,000 บาทนั้น ถือว่าไม่พอในหลักของความเป็นจริง เนื่องจากผู้ประกอบการ และลูกจ้าง นวดแผนโบราณหรือนวดเพื่อสุขภาพ ต้องใช้ งบในการดูแลตัวเองระหว่างที่ไม่ได้ประกอบอาชีพรวมถึงการต้องเสียค่าเช่าที่พัก เป็นจำนวนมากจึงเชื่อว่าเงินเยียวยาที่รัฐบาลให้ 5,000 บาทนั้นไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ทางร้านนวดได้มีการจัดอบรมและเตรียมความพร้อมด้านสุขอนามัยไว้แล้ว แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉย ไม่รับแนวทางไปพิจารณา ทั้งที่สถานเสริมความงามอื่นก็เปิดได้ จึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนปลดล็อกให้กับกิจการประเภทนวดโดยเร็วด้วย เนื่องจากผู้ประกอบการและผู้ประกอบอาชีพนี้ได้รับผลกระทบอย่างมาก บางกิจการถึงกับล้มละลายไปแล้ว จึงอยากให้นึกถึงกิจการนวดแผนไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วย โดยขอให้กิจการนี้สามารถเปิดให้บริการได้อย่างเร็วที่สุด