"เครือข่ายแรงงานสตรี-พยาบาล"บุกทำเนียบฯ ยื่นหนังสือ "นายกฯ"เร่งเยียวยาช่วงโควิด

การเมือง1 ก.พ. 2564 • 13:34 น.
"เครือข่ายแรงงานสตรี-พยาบาล"บุกทำเนียบฯ ยื่นหนังสือ "นายกฯ"เร่งเยียวยาช่วงโควิด
วันที่ 1 ก.พ.64 เมื่อเวลา 1.030 น. ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ได้มีกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี (กบส.) ซึ่งมีตัวแทนจากหลากหลายกลุ่มอาทิ กลุ่มพยาบาลวิชาชีพ กลุ่มสหพันธ์แรงงานนอกระบบประเทศไทย เป็นต้น ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกลุ่มพยาบาลวิชาชีพได้ ยื่นเสนอ 1)หากต้องการให้การพยาบาลในระยะเวลานานติดต่อกัน 3 เดือนขึ้นไป ขอให้จัดเวรสลับการทำงานเป็นผลัดละ 6 ชั่วโมง แทนผลัดละ 8 ชั่วโมงและมีการหมุนเวียนที่เพียงพอ 2)การจัดเวร 6 ชั่วโมงดังกล่าวให้นับเป็นชั่วโมงจากชั่วโมงที่ต้องทำงาน 8 ชั่วโมงในเวรปกติและเพิ่มการทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 80 ชั่วโมงต่อเดือนและพยาบาลที่ตั้งครรภ์อยู่เวรเช้า 3)พยาบาลวิชาชีพที่ตั้งครรภ์หรืออายุเกิน 50 ปีให้จัดเวรแผนกที่ไม่สัมผัสกับโรคทางเดินหายใจที่ต้องใช้ห้องแยก 4)ขอให้รัฐหรือสภาวิชาชีพจัดหาบริจาคชุดให้ปฏิบัติงานที่สะดวกเฉพาะกิจ เพื่อสวมชุดพีพีอีทับ ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ลงสนาม 5)มีห้องน้ำและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ปกปิดการมองเห็นด้วยเป็นสตรีที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในที่รโหฐาน 6)ขอค่าความเสี่ยงแก่ทุกวิชาชีพและบุคคลสาธารณสุขที่ลงภาคสนามเพื่อสู้กับโควิด-19 ในอัตราที่เท่ากันทุกคน ให้มีความเสมอภาคและแตกต่างอย่างเป็นธรรม (ดูภาระงาน) 7)กำหนดค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลาของบุคลากรภาครัฐที่ทำงานภาคสนาม เช่นเดียวกับกฎหมายแรงงาน แต่ควรยึดเป็นหลักการแม้โรคระบาดจะสงบแล้วก็ตาม 8)มอบเงินเยียวยากรณีติดโรคระบาดระดับหนึ่งและให้หยุดพักรักษาตัวหรือกักกันโรคโดยไม่นับเป็นวันลา 8.1)หากเป็นข้าราชการให้ปูนบำเหน็จเป็นสวัสดิการเท่าเทียมกับข้าราชการทหารตำรวจที่เสียชีวิตในสนามลบ 8.2) หากเป็นลูกจ้างผู้ประกันตนให้ได้รับบำเหน็จส่วนหนึ่งได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนตามสิทธิ 9)คณะรัฐมนตรีมีมติแก้คืนอายุราชการแก่บุคคลสาธารณสุข ในอดีตเคยมีมติบรรจุข้าราชการเมื่อจบการศึกษา วิชาชีพแพทย์และพยาบาลแต่ไม่บรรจุย้อนหลังให้แก่บุคลากรสาธารณสุขกลุ่มหนึ่ง 10)ขอส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทในการบริหารองค์กร 11)ขอให้รัฐกำหนดนโยบายให้แยกค่าวิชาชีพที่แตกต่างกันตามค่างานและความรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม 12)ขอให้รัฐส่งเสริมการศึกษาวิชาชีพพยาบาลที่ส่วนใหญ่เป็นสตรีเพื่อบรรจุให้พอเพียงกับภาระงานได้ประชากรที่เพิ่มขึ้นจนสามารถเป็นแรงงานวิชาชีพที่ส่งออกนำเงินเข้าประเทศได้ ด้านกลุ่มสหพันธ์แรงงานนอกระบบประเทศไทย ตัวแทนที่ออกมาพูดทำอาชีพหาบเร่แผงลอยกล่าวถึงปัญหา ที่รัฐบาลให้ทำโครงการคนละครึ่ง โดยร้านของตนไม่สามารถขายได้เลยเพราะไม่ได้เข้าร่วมโครงการ แต่ตนก็ได้เข้าไปขอความช่วยเหลือให้ธนาคารช่วยเข้าร่วมโครงการให้ แต่เมื่อเข้าร่วมแล้วคนมาซื้อคนตนก็ไม่สามารถขายได้เพราะว่าทำไม่เป็นสุดท้ายก็ไม่ได้ขาย จึงอยากถามนายกฯ ว่ายุคนี้ยุคไหนยุคตาสีตาสา นอกจากนี้ทางกลุ่มบูรณการฯ ได้แจ้งว่าจะมาตามความคืบหน้าหลังจากการยื่นหนีงสือครั้งนี้และหวังว่าเรื่องที่มาร้องในวันนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (2 ก.พ.64)