“วิษณุ”แจงร่างพ.ร.บ.ตำรวจจ่อถกประชุมร่วมรัฐสภา 9 ก.พ.นี้ มั่นใจปฏิรูประบบการแต่งตั้งให้ดีขึ้น

การเมือง25 ม.ค. 2564 • 05:45 น.
“วิษณุ”แจงร่างพ.ร.บ.ตำรวจจ่อถกประชุมร่วมรัฐสภา 9 ก.พ.นี้ มั่นใจปฏิรูประบบการแต่งตั้งให้ดีขึ้น
เมื่อวันที่25 ม.ค.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภที่มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณากระทู้สด โดยนายเฉลิมชัย เฟื่องนคร ส.ว. ถามสดนายกรัฐมนตรี เรื่องการปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญปี 60 รวมไปถึงเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงแทนนายกฯว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมยื่นให้รัฐสภาพิจารณา ช่วงต้นเดือนก.พ.นี้ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถรับรองได้ว่า ร่างพ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่จะแก้ปัญหาได้ แต่เชื่อว่าหลายอย่างจะดีขึ้น เพราะการปรับแก้ไขกฎหมาย จะทำให้ระบบชัดเจน โปร่งใส และถูกต้อง เช่น ระบบบริหารงานบุคคลของตำรวจ มีกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ มาจากบุคคลภายนอกเพื่อพิจารณาระบบแต่งตั้ง ซึ่งกรรมการดังกล่าวจะเป็นบุคคลภายนอกทำงานในลักษณะงานประจำ นอกจากนั้นกำหนดให้มีองค์กรรับเรื่องร้องเรียน ตำรวจ โดยมีบุคคลภายนอก ที่มาจากองค์กรเอกชน อัยการ ศาล “กฎหมายตำรวจฉบับเก่าบังคับใช้ 16 ปี เคยแก้ไขมาแล้ว 9 ครั้งแต่แก้กลับไป กลับมา ทำให้กฎหมายมีหลักการไม่แน่นอน ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจของสังคม ประเทศ และตำรวจ ดังนั้นเมื่อปฏิรูปควรทำให้เป็นแบบแผนชัดเจน โดยนำกฎ สำนักงานข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)บัญญัติไว้ ทั้งนี้สิ่งที่จะได้จากร่างกฎหมายตำรวจฉบับใหม่ คือ ให้บทบาทสถานีตำรวจ พนักงานสอบสวน รวมถึงมีระบบพิทักษ์คุณธรรมให้กับระบบ หวังใจว่าระบบดี บุคคลจะดีตามไปด้วย หากมีปัญหาอย่างไร ต้องแก้ไขระบบ และให้คุณให้โทษบุคคลให้ชัดเจนต่อไป ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ตำรวจที่รัฐบาลเสนอเป็นเรื่องว่าด้วยการจัดระเบียบการบริหารราชการบุคคล ซึ่งไม่สามารถทำให้ความไม่เป็นธรรม อาชญากรรม อบายมุขหายไปได้ แต่เชื่อว่าร่างกฎหมายจะเป็นกลไกให้ตำรวจระมัดระวังการปฏิบัติตัว ”รองนายกรัฐมนตรี กล่าว นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องของระบบการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ใช้หลักอาวุโส ความรู้ ความสามารถและความประพฤติ และเปิดให้ประชาชนแสดงความเห็นเพื่อประเมินตำรวจในสถานีตำรวจ ซึ่งการประเมินดังกล่าวจะมีหลักเกณฑ์อย่างไรให้ กฎ ก.ตร. ระบุอีกครั้ง ส่วนกรณีที่กำหนดรายละเอียดถึงการวางระบบของการแต่งตั้งโยกย้าย ที่ระบุถึงระบบอาวุโส และความสามารถ แต่มีบทที่ระบุว่ายกเว้นได้ ยอมรับว่าเพื่อให้เกิดการปฏิรูป หากมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นหากเขียนกฎหมายตรึงเกินไปจะเป็นผลเสีย แต่การใช้ข้อยกเว้นนั้นร่างกฎหมายระบุว่าต้องใช้เสียงของ ก.ตร. เป็นเอกฉันท์ ซึ่งการได้เสียงเอกฉันท์ทั้ง 20 คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่สถานการณ์ที่ความจำเป็นอย่างแท้จริง นอกจากนั้นการมีมติ ก.ตร.นั้น ต้องทอดเวลาใช้ 120 วัน ดังนั้นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ถือเป็นหลักประกันที่มีเหตุผลเพื่อยกเว้น "ข้าราชการตำรวจมีมากกว่า 2แสนคน ปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุม 5แสนตารางกิโลเมตร ต้องดูแลประชากร 70 ล้านคน มี 5 กลุ่มสายงาน ซึ่งตำรวจมีหน้าที่ตามสถานการณ์ต่างกัน เช่น ตำรวจชายแดน งานสืบสวนสอบสวน งานปราบปรามอาชญากรรม ตำรวจเป็นแพทย์ บ้านเมืองเกิดโควิด-19 ตำรวจต้องไปทำราชการในพระองค์ ถวายอารักขา เป็นต้น ดังนั้นการมีบทยกเว้นดังกล่าวเพื่อให้เกิดการปฏิรูป หากมีสถานการณ์จำเป็น บทบัญญัติสามารถยกเว้นได้” นายวิษณุ กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ... ครม. ได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาแล้ว และจะเข้าสู่ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เนื่องจากเป็นกฎหมายปฏิรูป ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้การประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณา ในวันที่ 9 ก.พ.นี้