“ดำรงค์” หวั่น “รบ.” เอื้อประโยชน์นายทุน ไฟเขียว ให้คทช.เฉือนพื้นที่ทับลาน 2 แสนไร่ เป็นที่ทำกิน
วันที่ 22 ก.พ. 66 ที่รัฐสภา นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยแถลงถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในวันที่ 23 ก.พ. เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map) ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะมีการพิจารณาเพิกถอนพื้นที่แนวเขตอุทยานฯ ทับลาน อ.วังน้ำเขียว และอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จำนวน 2 แสนไร่ ซึ่งจะทำให้รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ 400 กว่าแห่ง ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีได้ประโยชน์นั้น
โดยนายดำรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องรู้ที่มาก่อนว่าทำไมจึงต้องเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวให้ได้ และเร่งรีบกะทันหันเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เรื่องผ่านมานานแล้ว ซึ่งเดิมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในบริเวณดังกล่าว สมัยมีการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ได้มีการจัดสรรให้ราษฎร ทำกินและทำประโยชน์เป็นคนยากคนจนทั้งนั้น แต่วันนี้ต้องตอบก่อนว่าหากรัฐบาลเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ แล้วจะเอาไปให้ใคร ได้มีการสำรวจหรือไม่ว่าพื้นที่ 2 แสนไร่ว่าคนยากคนจนจริงๆ ที่ทำกินอยู่ในปัจจุบันนี้มีกี่คน กี่ครอบครัว เปลี่ยนมือไปแล้วกี่ครอบครัวหรือไม่ ที่อยู่ในมือนายทุน เจ้าของรีสอร์ท เจ้าของบ้านพักตาอากาศ รวมทั้งผู้มีอันจะกินทั้งหลาย คุณแยกแยะออกหรือยัง พวกที่ทำกินอยู่ในอุทยานฯ ปัจจุบัน เขาก็ไม่ได้ไปจับกุมยังมีวัด มีโรงเรียน เป็นปกติ แต่ผู้เดือดร้อนคือกลุ่มทุน
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งกันออกแล้วไปยกที่ให้ ส.ป.ก. ทางฝั่ง ส.ป.ก.นักการเมืองก็เตรียมออกเป็นโฉนดทองคำ มีพรรคการเมืองพรรคอื่นแถลงว่าจะออกเป็นโฉนดทองคำ โดยไม่รู้ว่าตอนนี้ ส.ป.ก. มีการใช้มาตรา 44 อนุมัติให้ใช้ประโยชน์ใน 12 ด้าน ทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศได้หมด แล้วที่ดินอุทยานฯ จะเหลืออะไร ถ้าจัดให้คนจนยังพอมีเหตุมีผล ให้เช่าป่าสงวนฯ หรือเข้าโครงการ คทช. ทำกินก็ว่าไป แต่ต้องเป็นคนจนจริงๆ อย่างไรก็ตามการจะทำเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะต้องผ่านคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ที่ผ่านมา 3 ครั้ง เขาไม่เห็นด้วยก็เพราะอย่างนี้ เพราะไม่ใช่คนยากคนจน มีแต่คนรวย คุณไม่เคยพูดถึงว่าที่ดิน 2 แสนไร่เอาไปให้คนจนเท่านั้น แต่พูดรวมๆ ว่าเอาไปให้คนทำกิน สิ่งสำคัญวันนี้ปัญหาเรื่องพรรคการเมืองอิรุงตุงนัง ไปหมด จะเอาคะแนนเสียงเรื่องนี้ให้ได้ ” นายดำรงกล่าว
นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า ตนต้องเรียนไปยังพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ คุณเป็นเจ้าของที่ดินด้วย ไม่ใช่ประชากรวังน้ำเขียว ทับลานเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของที่ดิน วันนี้อุทยานฯ ทับลานเป็นมรดกโลก เป็นอุทยานฯ ที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ ถ้ากันพื้นที่ 2 แสนไร่ออกอย่างไม่มีเหตุผล ก็เสี่ยงต่อการถูกเพิกถอนออกจากมรดกโลกด้วย ตนเชื่อว่าประชากรทั้งประเทศจะต่อต้านอย่างมโหฬาร และพรรคการเมืองไหนที่ไปริเริ่มสิ่งเหล่านี้ โดยอธิบายไม่ชัดเจนคุณก็จะสอบตก ตนเชื่อว่าไม่มีใครเอา เพราะคนส่วนใหญ่เป็นคนต่างถิ่น และเป็นผู้มีอันจะกินทั้งนั้นที่เข้าไปจับจองพื้นที่ไว้ ที่สำคัญคดีที่จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 418 คดี อยู่ในโรงในศาลจะไปกันอย่างไร การใช้บรรทัดฐานนี้ ก็ต้องใช้ทั้งประเทศ วันนี้กลุ่มชาติพันธุ์ ที่ส่วนใหญ่อยู่มาก่อนประกาศพื้นที่ป่าทั้งนั้น และวันนี้เขามีบัตรเป็นคนไทย เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้อง ทับลานออกได้ที่อื่นก็ต้องออกให้เขาด้วย ปัญหาจะกลียุคทั้งประเทศ อยากเรียนนายกฯ ให้พิจารณาให้รอบคอบ จะใช้วันแม็พตนก็ไม่ว่าอะไรแต่ต้องกันพื้นที่สำหรับคนจนเท่านั้น แต่ความเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่า เป็นห่วงว่าคดีบุกรุกป่าทั้ง 418 ที่จับกุมในสมัยนายดำรงค์เป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ จะหลุดหมดเลยหรือไม่นายดำรงค์ กล่าวว่า ในจำนวน 418 คดี ยังค้างอยู่แค่ 38 คดี ที่ยังไม่ได้สั่งฟ้อง นอกจากนั้นสั่งฟ้องไปหมดแล้ว รอศาลตัดสินทยอยๆ ออก ซึ่งพวกนี้เป็นนายทุนทั้งนั้นไม่มีคนจน สมัยตนจับนั้นจับพวกเศรษฐีที่มาซื้อที่ทำบ้านพักตากอากาศ มีการเปลี่ยนมือทั้งนั้น พวกนี้ต่างหากที่เดือดร้อน
ส่วนหากเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯทับลานออกไป ผลสุดท้ายเขาก็จะนำเรื่องนี้ไปสู้กันในศาล ว่าพื้นที่นี้ปัจจุบันไม่ใช่อุทยานฯแล้ว เป็น ส.ป.ก.หรืออะไรก็ว่าไป หากศาลยังไม่ได้ตัดสินคดีก็อาจยกฟ้องเลยก็ได้ หรือถ้าหากฟ้องไปแล้วก็อาจจะมีความพยายามไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็เป็นได้ โดยใช้ชื่อคนจนบังหน้า วันนี้ไม่พูดถึงเรื่องคนจน พูดถึงแต่การกันออกเป็นที่ทำกิน ตนถามว่าเป็นที่ทำกินของใคร คนจนหรือคนรวย