“วิษณุ” แจงปรับคำสั่งฯ รักษาราชการแทนนายกฯ “ประวิตร” มีอำนาจเต็มไม่มีข้อยกเว้น

การเมือง30 ส.ค. 2565 • 11:07 น.
“วิษณุ” แจงปรับคำสั่งฯ รักษาราชการแทนนายกฯ “ประวิตร” มีอำนาจเต็มไม่มีข้อยกเว้น

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนนายกฯ ได้เข้าไปนั่งห้องรับรอง โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารมว.มหาดไทย และรัฐมนตรีคนอื่นๆ เข้าไปพูดคุย ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้เดินทางมายังทำเนียบฯ แต่เข้าร่วมประชุม ครม.ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ 

 

นอกจากนี้ มีรัฐมนตรีที่ลาประชุม 4 คน ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ส่วนนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ อยู่ระหว่างศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 

 

สำหรับบรรยากาศในห้องประชุม ครม.ครั้งนี้ แม้ พล.อ.ประวิตร จะเป็นประธานการประชุม แต่ไม่ได้นั่งเก้าอี้ของนายกฯ ที่เว้นว่างเอาไว้ โดยนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่อยู่ข้างเก้าอี้นายกฯ  โดยก่อนเข้าวาระการประชุมพล.อ.ประวิตรได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมรับมือเรื่องน้ำท่วม น้ำหลากและช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที

 

จากนั้นได้เข้าสู่วาระการประชุมครม. โดยเลขาธิการ ครม.ได้รายงานคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 215/2565 เกี่ยวกับการรักษาราชการแทนนายกฯของ พล.อ.ประวิตร และอำนาจหน้าที่ของรักษาราชการแทนนายกฯในคำสั่งฉบับนี้ ซึ่งเป็นการปรับปรุงมาจากคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 237/2563 

 

โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งฉบับนี้ว่า เป็นการยกเลิกคำสั่งฉบับเก่า แล้วเอาคำสั่งล่าสุดมาใช้ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. พร้อมกับย้ำว่า พล.อ.ประวิตรมีอำนาจเต็มทุกประการ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ จะมีข้อยกเว้นคือ กรณี พล.อ.ประวิตรไม่อยู่ แล้วให้รองนายกฯลำดับถัดมาคือ ตน รักษาราชการแทนนายกฯถึงจะมีข้อจำกัด 

 

ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขได้สอบถามว่าเป็นการปรับปรุงคำสั่งเดิมหรือออกคำสั่งใหม่นายวิษณุจึงย้ำว่า เป็นคำสั่งเดิมที่เอามาปรับปรุง ทำให้ยกเลิกคำสั่งเดิมไปโดยปริยาย เนื้อหาก๊อปปี้มาหมด แค่เปลี่ยนเรื่องการบริหารบุคคลและเรื่องงบประมาณ 

 

ทั้งนี้นายวิษณุยังระบุด้วยว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็น รมว.กลาโหม มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ยังเป็น ครม.อำนาจเต็ม มีอำนาจทุกอย่าง”

สำหรับวาระที่ใช้เวลาในการประชุมนานที่สุดคือ วาระที่กระทรวงอุตสาหกรรมขอผ่อนผันการใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่หนึ่งเอเพื่อทำเหมืองแร่ที่ จ.นครราชสีมา โดยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องของป่าไม้ 

 

ทำให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ประเทศไทยต้องเจริญเติบโต ต้องใช้หินในการพัฒนาประเทศ ใช้ก่อสร้าง สร้างถนน ควรมีแหล่งหินทุก 30 กิโลเมตร เพื่อลดค่าขนส่ง ประหยัดงบประมาณต้องโรงโม่ขนาดใหญ่ เพื่อประเทศชาติ ก่อสร้างจะได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อม มีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องอีไอเออยู่แล้ว

 

ขณะที่วาระขอรับการจัดสรรงบกลาง งบประมาณปี 2565 เพื่อใช้เป็นค่าตอบแทนให้กับ อสม. และอสส. ในช่วงโควิด-19 1.050 ล้านบาท โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การตอบแทน อสม.ถือเป็นดำริของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เห็นความทุ่มเทของ อสม. แต่ตอนนี้เรามีมติลดระดับจากโรคติดต่ออันตรายมาเป็นโรคเฝ้าระวัง ซึ่งจะมีผลวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเมื่อเป็นโรคเฝ้าระวังปกติจะไม่ได้เงินพิเศษแล้ว จึงต้องอยากให้ อสม.  

 

ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ไปหาแนวทางในการที่จะส่งเสริมการใช้โซลาร์รูฟท็อป โดยให้ไปลองศึกษาเพื่อใช้ในครัวเรือนว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ปกติไม่ค่อยแสดงความเห็น ได้กล่าวสนับสนุนว่า เห็นด้วย เพราะเป็นการลดค่าไฟประชาชนได้ประโยชน์

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ครม.ของ พล.อ.ประวิตรครั้งนี้ ไม่มีพักเบรกเหมือนกับพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน และเวลาจบแต่ละวาระ พล.อ.ประวิตรมักจะถามว่ามีใครจะแสดงความเห็นอะไรหรือไม่ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดอะไรเลย เนื่องจากไม่มีวาระของกระทรวงกลาโหม