“ภูมิธรรม” เผย ครม. เคาะ 2 ร่างกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์ ใน 4 อุทยาน 2 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หลังม็อบร้องสิทธิที่ดินทำกิน
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 12 พ.ย. 67 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า การประชุมครม.วันนี้ได้หารือกันในเรื่องของกฎหมายรองที่ภายในวันที่ 27 พ.ย.นี้ จะหมดวาระลง จึงต้องรีบออกกฏหมายรองให้เร็วที่สุด แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดและส่งผลกระทบกับประชาชนที่มาเรียกร้องอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล คือร่างพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)โครงการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติตามมาตรา 64 ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อุทยานแห่งชาติพ.ศ.2562 และร่างพ.ร.ฎ.โครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา 121 ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2562 ซึ่งร่างพระราชกฤษฎีกาทั้ง 2 ฉบับมีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้มีการอนุรักษ์ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันที่พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ เพื่อให้ประชาชนอยู่อาศัยและมีพื้นที่ทำกินในพื้นที่ดังกล่าว โดยวันที่กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้แล้ว แต่ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและทำกินชั่วคราว โดยมีการกำหนดพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินอย่างชัดเจน แต่ไม่มีการขยายพื้นที่อีก
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 กำหนดให้โครงการในพื้นที่ ตามที่มีการกำหนดแนบท้ายของพระราชกฤษฎีกาให้มีแนวเขตโครงการที่กำหนดไว้ในแผนที่ท้ายจำนวน 6 แห่ง สอดคล้องกับเรื่อง วันแมปที่ได้ข้อยุติไปแล้ว มีอุทยานแห่งชาติ จำนวน 4 แห่งประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์, อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี, อุทยานแห่งชาติเขา 15 ชั้น จังหวัดจันทบุรี, อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอีก 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง จังหวัดเพชรบูรณ์ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่จะอยู่อาศัยหรือทำกินภายใต้โครงการจะต้องมีผลสำรวจ โดยผู้ที่มีรายชื่อตามผลสำรวจถือครองที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่เกินครอบครัวละ 20 ไร่ ในกรณี 2 ครอบครัวขึ้นไปที่ทำกินร่วมกันในสถานที่ทำกินเดียวกันให้อยู่อาศัยหรือทำกินได้ไม่เกิน 40 ไร่ ส่วนผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำกินในรูปแบบผู้ครอบครองที่ดิน แบ่งเป็น 1.ผู้ครอบครองที่ดิน 2. สมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือน จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น มีสัญชาติไทย ไม่มีที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัย ไม่เคยต้องคำพิพากษาจนถึงที่สุด ในเรื่องของการทำลายป่าหรือ การล่าสัตว์
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ผู้ครอบครองที่ดินจะโอนการครอบครองหรือยินยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวเข้ามาอยู่อาศัย หรือทำกินไม่ได้ และผู้อยู่อาศัยหรือทำกินมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเรื่องนี้ได้เสนอกฤษฎีกาไปแล้ว และครม.ได้เห็นชอบตามนี้แล้ว โดยยังมีปัญหาและข้อขัดแย้งอยู่บ้าง ซึ่งพ.ร.บ.นี้ได้ใช้มาอยู่ 5 ปีแล้ว ฉะนั้นได้เวลาที่จะทบทวน ดังนั้น ครม.จึงมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกันในการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อทบทวน ดูแลและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ต่อไป
นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีผู้ไร้สัญชาติที่มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวน 4 แสนรายที่ครม.มีมติรับรองแล้วเป็นผู้ที่ได้อยู่อาศัยใน 6 พื้นที่ที่กำหนดส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ก่อนจะนำร่างพ.ร.ฎ.ทั้ง 2 ฉบับผ่านความเห็นชอบของครม. รัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับประชาชนที่มาเรียกร้องสิทธิ์ และวันนี้ครม.ได้ผ่านความเห็นชอบร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และพ.ร.ฎ.ทั้ง 2 ฉบับ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน