“จุลพันธ์” เตือนสติ “หมอระวี” อย่าป้องรบ.จนหน้ามืด มโนทุกอย่างเป็นเกมการเมือง
วันที่ 28 พ.ค.2565 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่อ้างว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย รับคำสั่งคนแดนไกล จับมือกับพรรคฝ่ายค้าน เพื่อล้มรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ว่า รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ไร้ศักยภาพ ไร้ประสิทธิภาพ บริหารประเทศผิดพลาด โดยเฉพาะการรับมือการระบาดของโควิด-19 ทำให้พี่น้องประชาชนยากลำบากอย่างแสนสาหัส ล่าสุดก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องพลังงานได้ ปล่อยให้เกิดปัญหาน้ำมันแพง กระทบต่อราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น เกิดวิกฤตแพงทั้งแผ่นดิน สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนต่อเนื่องมาหลายปี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลควรพิจารณาตัวเองลาออกจากตำแหน่งไปเองโดยไม่จำเป็นต้องรอให้พรรคฝ่ายค้านหรือใครพยายามโค่นล้มในสภาผู้แทนราษฎร หรือพี่น้องประชาชนออกมาขับไล่
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมากแล้ว เสียงสะท้อนของผู้คนทุกกลุ่มทุกพื้นที่ตรงกันคือต้องการความเปลี่ยนแปลง ผลการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.และ ส.ก. ที่ออกมาก็ชัดเจนว่า พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้อนรับผู้สมัครที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลหรือมีสายสัมพันธ์กับพลเอกประยุทธ์ จนทำให้ผู้สมัครที่ยืนอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย นพ.ระวี ที่อ้างว่ามีความพยายามโค่นล้มรัฐบาลในช่วงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 คงลืมมองไปว่าที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้สร้างวิกฤตให้ประเทศชาติและประชาชนมากแค่ไหน ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนกันเท่าไร จึงมองทุกเรื่องเป็นเกมการเมืองและพยายามปกป้องรัฐบาลประยุทธ์ เพียงอย่างเดียว
.
“ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ควรเลิกคิดถึงแต่ตำแหน่ง อำนาจและความอยู่รอดของตัวเอง ควรหันมองความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้าง แล้วจะเห็นว่าพลเอกประยุทธ์ ควรอยู่ในอำนาจรัฐต่อไปหรือไม่ วันนี้ประเทศชาติวิกฤตมากแล้ว หาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเห็นแก่พี่น้องประชาชน ก็ควรช่วยกันส่งสัญญาณถึงพลเอกประยุทธ์ ใหัยุติบทบาทเพื่อเปิดโอกาสให้คนดีมีฝีมือมาแก้ไขปัญหาประเทศชาติและประชาชน เพื่อให้รอดจากวิกฤตครั้งนี้ก่อน ไม่ควรคิดแต่จะรักษาตำแหน่งของตัวเอง โดยปะติดปะต่อเรื่อง สร้างภาพเกมการเมือง แล้วโยนความผิดให้คนอื่นเช่นนี้” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว