มท. แจงปม "ไทยเบฟเวอเรจ" ขอวัคซีนให้ พนง.-ครอบครัว กว่า 7 หมื่นราย ยัน ไม่เลือกปฏิบัติ
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. จากกรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือสั่งการของปลัดกระทรวงมหาดไทย อ้างถึงบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนวัคซีนป้องกันโควิดให้กับพนักงาน 43,201 คน และครอบครัวของพนักงานอีก 28,244 คน ซึ่งทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้วเห็นชอบให้จังหวัดพิจารณาสนับสนุนวัคซีนให้กับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นั้น
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในเรื่องการจัดหาวัคซีนปูพรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงและระบาด ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งส่วนราชการ เอกชน และสมาคม รวมถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือผ่านสำนักเลขาศบค. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ขอให้จัดหาวัคซีนไปฉีดให้บุคลากร เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นคลัสเตอร์และติดเชื้อแพร่ระบาดทั่วประเทศ
"ขอให้ประชาชนมั่นใจในการดำเนินการจัดสรรวัคซีนของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ และศบค. ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ไม่มีเลือกปฏิบัติ เพราะการฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการ ให้ครอบคลุมรวดเร็ว มากที่สุด" นายฉัตรชัย กล่าว
นายฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ประกาศแนวทางของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ลงวันที่ 18 พ.ค. 64 ได้เปิดโอกาสให้องค์กรภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยแจ้งความประสงค์ขอรับวัคซีนให้กับบุคลากรในสังกัด ซึ่ง ศบค.มท.ได้แจ้งขอรับการสนับสนุนไปยังกระทรวงสาธารณสุข และปัจจุบันยังมีองค์กรภาครัฐ และเอกชน ขอรับการสนับสนุนวัคซีนมาอย่างต่อเนื่อง โดย กระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามมติและแนวทางของศบค.อย่างเคร่งครัด