"เรืองไกร" จ่อร้องปปช.สอบ "วิสาร" ส่อเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมฯ หลังผลสอบชี้ปม"นายกฯ" แจกเงินสส.ไม่มีหลักฐาน
วันที่ 9 ม.ค.65 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตามที่นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการแถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 ได้กล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรววกลาโหม จ่ายเงินจำนวน 5 ล้านบาทให้กับ ส.ส.ที่รัฐสภา เพื่อให้ลงคะแนนไว้วางใจให้กับตนเอง
โดยนพ.สุกิจ ระบุ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอเสนอความเห็นกรณีดังกล่าวว่าจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ได้แสวงหารวบรวมและตรวจสอบ ไม่มีประจักษ์พยาน หรือไม่มีพยานแวดล้อมเพียงพอที่จะฟังได้ว่า นายกรัฐมนตรีได้จ่ายเงินให้กับ ส.ส.เพื่อให้ลงคะแนนไว้วางใจให้กับนายกรัฐมนตรีภายในอาคารรัฐสภา ในคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามที่นายวิสาร ได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด
เมื่อผลสอบออกมาเช่นนี้แล้ว จึงต้องขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนนายวิสาร ว่าการกล่าวหานายกรัฐมนตรีดังกล่าว เข้าข่ายมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ หรือไม่
ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรมฯ มีข้อที่อาจเกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. “ข้อ 8 ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ”
2.“ข้อ 15 ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยู่ในความรับผิดชอบ ของตน ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือน”
และ 3.“ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง” โดยวันที่ 10 ม.ค.นี้ ตนจะส่งหนังสือไปทางไปรษณีย์ เพื่อขอให้ ป.ป.ช. เรียกผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว มาประกอบการไต่สวนนายวิสารต่อไป