"รองโฆษกปชป." เตือนพรรคดิ้นตั้งรบ.ลืมนโยบายหาเสียง ชี้ผลคะแนนอาจพลิกได้

การเมือง28 มี.ค. 2562 • 08:22 น.
"รองโฆษกปชป." เตือนพรรคดิ้นตั้งรบ.ลืมนโยบายหาเสียง ชี้ผลคะแนนอาจพลิกได้
"รองโฆษกปชป." เตือนพรรคดิ้นตั้งรบ.ลืมนโยบายหาเสียง ชี้ผลคะแนนอาจพลิกได้ บี้กกต.ทำงานโปร่งใส ไม่เป็นเครื่องมือขั้วอำนาจ หวั่น เล่นตุกติก ทำเลือกตั้งล้มทั้งระบบ เตือนเพื่อนในพรรคต้องเคารพปชช.กว่า 3 ล้านเสียง ยึดแนวทางพรรค”ปชช.เป็นใหญ่ ไม่เอาเผด็จการ”ให้มั่น เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุคส์ส่วนตัว กรณีที่มีกระแสบีบให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเลือกข้างสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อตั้งรัฐบาล ว่าระหว่างนี้ทุกคนไม่ควรดิ้นรนหรือดันทุรังให้มากนัก เพราะในขณะนี้อยู่ในระหว่างที่กกต. จะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งในวันศุกร์ที่จะถึงนี้( 29 มีนาคม 2562 ) จะเห็นคะแนนชัดเจนทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าแต่ละพรรคจะได้ส.ส.เขตกี่คน และคะแนนที่แต่ละพรรคได้ทั้งหมด จะนำมาคำนวณเป็นส.ส.พึ่งมี รวมถึงได้ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนเท่าใด จากนั้นจึงจะมีความชัดเจนในเรื่องคะแนนเสียงของแต่ละพรรคการเมืองว่ามีส.ส. ทั้ง 2 ระบบเท่าไหร่กันแน่ ดังนั้นกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจึงยังไม่ต้องเร่งรีบดำเนินการในขณะนี้ เพราะยังมีตัวแปรอีกหลายอย่างที่จะทำให้ตัวเลข ส.ส.ไม่นิ่ง เช่น เรื่องใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 95 เปอร์เซ็นต์ของกกต.ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อไปว่าเรื่องเร่งด่วนในขณะนี้กกต. ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการยอมรับในกระบวนการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม กรณีใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ที่อาจจะออกมาตามอำนาจของกกต. ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ใช่ใช้การสอย ส.ส.มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อนำไปสู่ความผันแปรในคะแนนเสียงที่จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้กระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบถูกทำลายไปด้วย สำหรับพรรคการเมืองเมื่อได้อำนาจในฐานะตัวแทนประชาชนมาแล้วไม่ได้มีแค่เรื่องการวมเสียงเพื่อจัดตั้รัฐบาลเท่านั้น แต่การจัดตั้งรัฐบาลต้องอยู่บนพื้นฐานแนวนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนด้วย ไม่ใช่อ้างเหตุจำเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาบีบพรรคการเมืองให้ไปรวมกันโดยไม่มีการพูดถึงหรือคำนึงถึงนโยบายที่จะทำเพื่อประชาชนตามที่ได้หาเสียงไว้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีผู้สนับสนุนมากกว่า 3 ล้านเสียง ที่เชื่อมั่นในจุดยืนทางการเมืองไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ไม่เอาคนโกง ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสุจริต แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ตามแนวนโยบายของพรรค ว่าเป็นทางออกสำหรับประเทศ แม้จะไม่ใช่จำนวนเสียงสนับสนุนที่มากพอจะทำให้พรรคชนะการเลือกตั้ง แต่เป็นจำนวนเสียงที่ทำให้พรรคได้ ส.ส. กว่า 50 เสียง การตัดสินใจทางการเมือง จึงต้องเคารพเสียงประชาชนกว่า 3 ล้านเสียงที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาด้วย ทางเลือกของประชาธิปัตย์จึงควรยืนอยู่บนหลักการหรือจุดยืนไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการและไม่เอาคนโกง