“บิ๊กตู่” - “พลังประชารัฐ” เร่งเก็บแต้ม จังหวะพักเบรค “เลื่อนเลือกตั้ง”
ทีมข่าวการเมือง
การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะต้อง “เลื่อน” หรือ “ไม่เลื่อน” ก็ตาม แต่ที่สุดแล้ว การเลือกตั้งครั้งใหม่ ภายใต้กฎกติกาใหม่ “รัฐธรรมนูญฉบับ 2560” ก็ต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน และย่อมหมายความว่า หนทางของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยังคงต้องยืนสู้บนสังเวียนการเมืองไม่เปลี่ยนแปลง !
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองนั้นร้อนแรงกันชนิดข้ามปีเลยที เดียว ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองเก่า อันดับ หนึ่ง -สอง ไปจนถึง “พรรคหน้าใหม่” หรือแม้แต่พรรคไซต์เล็กเพราะทุกคนทุกพรรคต่างหวังแจ้งเกิดกันในสนามเลือกตั้งรอบนี้ด้วยกันทั้งสิ้น !
สำหรับพรรคการเมืองใหญ่ ทั้ง “ประชาธิปัตย์” และ “เพื่อไทย” ต่างเผชิญปัญหา “ศึกใน” ที่ทำเอา “บิ๊กๆ” ในพรรคต่างกุมขมับหนักอกหนักใจไม่แพ้กัน!
เมื่อพรรคเพื่อไทย สู้อุตส่าห์ใช้วิธี “แตกแบงค์พัน” แบ่งพรรคการเมืองออกเป็นพรรคใหญ่ และพรรคสาขา เพื่อหวังกวาดที่นั่งส.ส.ทั้งระบบเขตเลือกตั้ง ไปจนถึง ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะเจ้าของพรรคตัวจริง เสียงจริง อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ “แพ้ไม่ได้” จึงมีทางเดียวนั่นคือพรรคเพื่อไทยจะต้องกวาดที่นั่ง ส.ส.เข้าสภาผู้แทนราษฎรให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้น ทักษิณ และกลไกทางการเมือง จะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ต่อไปอีกยาวนาน และอาจจะหนักหน่วงกว่าช่วง 4-5ปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ
ล่าสุด พรรคเพื่อไทยเปิดเกมใหม่ ด้วยการส่ง “ผู้เล่นหน้าใหม่” เพื่อหวังลงมาเทียบฟอร์ม กับ “ทีมเศรษฐกิจ” ของรัฐบาล “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยส่ง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เจ้าของฉายา “รัฐมนตรีผู้แข็งแกร่งในปฐพี” พร้อมทั้งชูภาพ “นักบริหารมืออาชีพ”
แน่นอนว่า ชื่อของชัชชาติ เคยถูกพูดถึงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ว่าเขาคือผู้เล่นที่มีความพร้อม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครั้งหนึ่งจะเคยมีข่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมส่งชัชชาติ ลงชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” แต่ในครั้งนั้นชัชชาติ เองยังนั่งเป็นผู้บริหารบริษัทด้านอสังริมทรัพย์ แต่วันนี้ชัชชาติ ได้ประกาศความพร้อมของตัวเอง อย่างชัดเจน ว่าเขาได้ลาออกจากผู้บริหารบริษัทอสังหาฯเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญ เจ้าตัวประกาศแล้วว่า “สวัสดีอนาคต ผมรพ้อมแล้ว” นั่นย่อมหมายถึง อนาคตบนเส้นทางทางการเมือง ในฐานะ แคนดิเดต “ว่าที่นายกฯ” ของพรรคเพื่อไทย
แต่เมื่อชื่อชัชชาติ ปรากฎเป็นข่าวในฐานะแคนดิเดต ว่าที่นายกฯเพียงไม่กี่วัน กลับมีข่าวล่ามาแรง ว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยยังคงชู “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง เป็นอันดับ1 ส่วน “พ.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์” หัวหน้าพรรค รั้ง อันดับ 2 ส่วนชัชชาติ อยู่ในลำดับที่ 3 จะด้วยเพราะ “ศึกใน” ที่เปิดศึกปล่อยข่าว สกัดกันเองหรือไม่ก็ตาม
แต่นาทีนี้ พรรคคู่แข่งต่างจับตา การมาของชัชชาติ ว่าจะสามารถสร้างกระแสฟีเวอร์ได้เหมือนเมื่อครั้งที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯเคยทำสำเร็จมาแล้วภายในระยะเวลาอันสั้นแค่ 49 วันได้หรือไม่ อย่าลืมว่า หนึ่งในหลายกลยุทธ์ที่พรรคเพื่อไทยมีเหนือคู่แข่ง คือ “การตลาดทางการเมือง” นั่นเอง !
เมื่อคู่แข่งของพรรคพลังประชารัฐ พรรคการเมืองที่ประกาศหนุน “บิ๊กตู่” ให้เป็นนายกฯต่อสมัยที่2 มาเปิดตัวรับปีใหม่ เช่นนี้ ยิ่งทำให้พรรคพลังประชารัฐ ที่แม้จะอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบแทบทุกทาง ต้อง “เร่งเครื่อง” เพราะวันนี้ โพลลับ จากหน่วยงานต่างๆ ยังไม่สะท้อนผลการสำรวจที่น่าพอใจออกมา เพราะผลสำรวจ โพลลับระบุว่า พรรคที่น่าจับตามองคือพรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย และ พรรคอนาคตใหม่ที่มีกระแส แม้ไม่มากแต่ก็ติดชาร์ต
ทั้งนี้ดูเหมือนว่า “การทำงาน” สำหรับ “ทีมบู๊-ทีมบุ๋น” ของพลังประชารัฐ ดูยิ่งยากลำบากมากขึ้น เมื่อพบว่า ปัญหาเรื่อง “นาฬิกาหรู” ของ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังติดอยู่ในใจของผู้คนในสังคม แม้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จะมีมติยกคำร้องไปแล้วก็ตาม จนทำให้วันนี้ ป.ป.ช. กลับเป็นฝ่ายถูกสังคมตั้งคำถาม แสดงความไม่เชื่อมั่นในฐานะองค์กรอิสระซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เสียเอง
การเมืองกำลังเข้าสู่ความเข้มข้น และยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อมีกระแสข่าวลือ มาแรงตั้งแต่ยังไม่ส่งท้าย ปีจอว่าจะมีรายการ “เลื่อนเลือกตั้ง” ออกไป จนถึงขั้นที่ว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำ และสำทับมาด้วย ข่าวล่ามาแรงที่ว่า จะมี “รัฐบาลแห่งชาติ” !
สำหรับประเด็นการเลื่อนหรือไม่เลื่อนการเลือกตั้งนั้น ล่าสุดมีการหารือร่วมกันระหว่าง “มือกฎหมายรัฐบาล” อย่าง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ กับ “7 กกต.” เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาถึงวาระสำคัญ นั่นคือโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เรื่องการเมืองไป ทับซ้อนกับ “งานพระราชพิธี” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 4-6 พ.ค.นี้ งานนี้ฝ่ายรัฐบาลโยนให้เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะ “ตัดสินใจ” พร้อมอ้างว่ารัฐบาลมีหน้าที่เพียงแค่ให้ข้อมูลรายละเอียดเรื่องของงานพระราชพิธี บรมราชาภิเษก แต่ไม่มีสิทธิตัดสินใจ
ทั้งนี้มีหลายฝ่ายเสนอแนะว่าในความเป็นจริงแล้วการจัดเลือกตั้ง ก็สามารถทำได้โดยที่จะไม่ไปกระทบกับงานใหญ่ งานสำคัญของชาติ เลยด้วยซ้ำ !
โอกาสและความเป็นไปได้ที่จะมีการเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมที่ปักธงกันเอาไว้ที่ 24 ก.พ.นี้ มีแนวโน้มว่าจะขยับออกไปได้ถึงเดือน มี.ค. หากประเมินจากท่าทีของคนในรัฐบาลและกกต.เอง และแน่นอนว่า เมื่อการเลือกตั้งขยับออกไปจริง ในห้วงระยะเวลาจากนี้ไป ย่อมจะเป็นได้ทั้งโอกาสและวิกฤติสำหรับทุกพรรคการเมือง ทุก “ขั้วการเมือง” ที่จะบริหารจัดการความได้เปรียบเสียเปรียบ กันอย่างไร ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ยังต้องไม่ลืมว่า โอกาสที่จะเกิด “สงครามข่าวลือ” ก็ยิ่งเป็นไปได้สูงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการผุด “สูตรรัฐบาล” ให้พรรคเพื่อไทยจับมือ ประชาธิปัตย์ เพื่อคว่ำ คสช. หรือการโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทย โดยให้สังเกตจากคลื่นลม “คดีความ” และคนใกล้ชิด คนแวดล้อม อดีตนายกฯทักษิณที่ยังติดบ่วงกันอยู่นั้นจะออกมาในทิศทางใด หรือแม้แต่การจุดประเด็นรัฐบาลแห่งชาติ ชนิดไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อ “เขย่าขวัญ” พรรคคู่แข่งพลังประชารัฐให้อ่อนแรง ล้วนแล้วแต่เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่จะดำเนินไปอย่างเข้มข้นจากนี้เป็นต้นไป !