“วิษณุ” บอกภาพรวมร่างแก้ไขรธน. พปชร.ดี เมินฝ่ายค้านจับพิรุธสืบอำนาจ ชี้เมื่อแตะระบบเลือกตั้ง รีบยุบสภาไม่ได้ เหตุต้องแก้กม.ลูกตาม
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐแถลงข่าวเกี่ยวกับเนื้อหาสาระร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราท่จะเสนอต่อรัฐสภาว่า ตนเห็นร่างแก้ไขดังกล่าวแล้วดูสวยดี ไม่ได้มีข้อห่วงใย เพราะเป็นประเด็นที่พูดคุยกันมานานแล้วเข้าใจว่าประเด็นต่างๆ ได้มีการพูดคุยกันแล้วตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐระบุได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้านและ ส.ว.ด้วย เพียงแต่ห่วงอยู่นิดหนึ่งเกี่ยวกับการแก้วิธีการเลือกตั้งเป็นบัตรสองใบยังไม่ค่อยแน่ใจว่าหารือกันแล้วเห็นพ้องต้องกันแล้วหรือไม่ ถ้าเห็นพ้องต้องกันก็ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าการแก้ประเด็นวิธีการเลือกตั้งทำให้พรรคเล็กที่เคยได้ประโยชน์จากบัตรใบเดียวจะมีปัญหาหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า มันก็อาจจะเป็นอย่างนั้น เพราะเขาไปแก้ไขว่าถ้าส่งไม่ถึง 100 เขตก็ไม่สามารถส่งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นแก้ไขดังกล่าวเพียงเพื่อลดกระแสสังคมแต่ข้อเท็จจริงยังคงสืบทอดอำนาจอยู่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงเวลาโหวตเขาก็นับคะแนนเสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และส.ว.ก็ต้องให้ความเห็นชอบหนึ่งในสามก็ยังมีอยู่
“อย่างน้อยประเด็นเหล่านี้ก็ได้แก้ไปล็อตหนึ่งก่อนแต่ยังไม่ไปถึงต่ออายุ ยืดอายุสภา หรือแม้กระทั้งยุบสภาไม่น่าจะเกี่ยวอะไร และในความเป็นจริงยุบสภาไม่ได้ เพราะถ้าแก้ระบบเลือกตั้งจำเป็นต้องกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ถ้าเห็นพ้องต้องกันก็ใช้เวลาอย่างเร็ว 2-3 เดือน ซึ่งต้องดูว่าจะตรงกับระยะเวลาเปิดปิดสมัยประชุมหรือไม่ และเรื่องนี้ต้องเข้าที่ประชุมร่วมเพราะเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจะรีบยุบสภาไม่ได้”
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับมาตรา 144 เกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้งบประมาณนั้น ในร่างดังกล่าวไม่ได้แก้ไขอะไรมากเพียงแต่แก้ในส่วนบทกำหนดโทษที่เขียนไว้พะรุงพะรัง เช่นหากมีความผิดให้ครม.พ้นจากตำแหน่งทั้งหมด ไล่ไปถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณก็มีความผิดด้วยเขาตัดส่วนนี้ออก และเมื่อแก้มาตรานี้ก็ต้องไปแก้มาตรา 185 ให้สอดคล้องกันโดยข้อห้ามแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการยังคงอยู่ ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะแก้กลับไปเป็นตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ตนขอยืนยันว่าหลักของมาตรา 144 ยังอยู่ คือส.ส.จะแปรญัตติในทางที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมงบประมาณไม่ได้ แต่สามารถลดงบประมาณได้ ส่วนมาตรา 270 เขาเข้าไปแก้ให้ส.ส.เข้ามารับผิดชอบด้วยในการติดตามเรื่องการปฏิรูปประเทศเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและการรายงานของรัฐบาลต่อรัฐสภาจากเดิม 3 เดือนเปลี่ยนเป็น 1 ปีก็ถือว่าดี ส่วนเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ดีขึ้น