"ศรีสุวรรณ"บุก"ก.ล.ต."จี้สอบบริษัทของ 1 ใน 9 ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ชงข้อมูลเท็จหลอกนักลงทุนหรือไม่
วันที่ 27 ต.ค.66 เวลา 10.00 น.ที่สำนักงาน ต.ล.ท. ถนนวิภาวดีฯ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้หอบเอกสารมายื่นร้องเรียนต่อเลขาธิการ ก.ล.ต. โดยมีคุณอุรสา บรรณกิจโศภณ ผอ.ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.มารับเรื่อง เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ชื่อดัง ที่สร้างคอนโดฯขาย ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งอาจจงใจฝ่าฝืนพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 และกฎหมายอื่นอีกหลายฉบับ
ทั้งนี้ พบว่าบริษัทมหาชนดังกล่าวได้ยื่นเอกสารอันเป็นเท็จให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบและรับรองเพื่อนำไปเผยแพร่โฆษณาให้นักลงทุนเข้าซื้อขายหุ้นของบริษัทมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 ถึง 2565 โดยปรากฏข้อความที่เป็นเท็จ ไม่ตรงกับข้อความจริง เพื่อหลอกลวง ก.ล.ต.และนักลงทุน ให้หลงเชื่อว่า “บริษัทไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม” ทั้ง ๆ ที่จากการตรวจสอบแล้วพบว่า บริษัทดังกล่าวมีข้อพิพาทด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย อาทิ ถูกจับผิดได้ว่ามีการหลบเลี่ยงที่จะจัดทำ EIA และหรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) มากกว่า 9 โครงการ (มูลค่านับหมื่นล้านบาท) ซึ่งมีทั้งใน กทม.และปริมณฑล จนมีประชาชน ลูกบ้าน นำความไปร้องเรียนและเกิดข้อพิพาทเป็นคดีความกันมากมาย
ซึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report )นั้น บริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ทุกแห่งจะต้องจัดทำขึ้นให้ตรงกับข้อเท็จจริงทุกปี และเผยแพร่ต่อสาธารณชน เพื่อที่ผู้ลงทุนสามารถศึกษาติดตามข้อมูลที่สำคัญของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทจดทะเบียน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการ ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัท นอกเหนือจากข้อมูลในเชิงตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในงบการเงิน ซึ่งการที่ผู้ลงทุนเข้าใจและมีข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอตามความเป็นจริงนี้ อันจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์นั้นเอง
แต่ปรากฏว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ชื่อดัง ที่สร้างคอนโดฯขาย ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดังกล่าวได้จัดทำและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จมาอย่างต่อเนื่องหลายปีและมีปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าวโดยตรง อันอาจทำให้นักลงทุนทั่วไป เข้าใจการบริหารหรือการประกอบการของบริษัทที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงได้ และที่สำคัญอย่างยิ่ง ยังมีปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของ ก.ล.ต.โดยตรงอีกด้วย
เหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนให้เลขาธิการ ก.ล.ต.ได้ทำการตรวจสอบเอาผิดบริษัทมหาชนดังกล่าวว่าฝ่าฝืนกฎหมายต่างๆ อาทิ พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 ประกอบ พรบ.สิ่งแวดล้อม 2535 และประมวลกฎหมายอาญาหลาย ม.137 และ ม.267 รวมทั้ง พรบ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ม.14(1) หรือไม่ด้วย หากพบว่าจงใจฝ่าฝืนจริงให้ดำเนินการตามครรลองของกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป