"ทนายอัจฉริยะ"บุกทบ.ยื่นเอกสาร-ใบเสร็จทุจริตในโครงการกองทัพบก
"ทนายอัจฉริยะ" บุกทบ.ยื่นหลักฐาน-ใบเสร็จ การทุจริตในโครงการกองทัพบก ถึง "บิ๊กแดง" เผย "ทหารชั้นผู้น้อย" ไม่กล้าร้องผู้บังคับบัญชา
วันนี้ (24 ก.พ.63) ที่ห้องรับรอง สำนักงานเลขานุการกองทัพบก ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางมายื่นหลักฐานเอกสารการทุจริตในโครงการของกองทัพบกต่อพล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยมีพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป็นตัวแทนรับเรื่อง
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนได้นำหลักฐานที่เป็นเอกสารและใบเสร็จที่พล.อ.อภิรัชต์ สามารถนำไปตรวจสอบและลงโทษได้ทันที ประกอบด้วย กรณีโครงการที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร โดยมีการนำไปสร้างบ้านพักข้าราชการทหาร มีเอกสารยืนยันเป็นผลการประชุมคณะกรรมการ 7 ฝ่ายที่จ.กำแพงเพชรช่วงปี 58 ว่าเป็นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับที่กองทัพบกยืนยันมา สำหรับโครงการบ้านพักสวัสดิการทหาร มีผู้ร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนยังมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีทหารยศจ่าสิบเอก ชื่อ “จ่าเจี้ยบ”เป็นตัวการใหญ่ในทุกโครงการ มีหน้าที่ทำเอกสารการซื้อบ้าน หรือคอนโดฯ ทั้งในจ.ครราชสีมา จ.กำแพงเพชร จ.ลพบุรี และอีกหลายๆ แห่ง โดยมีอดีตเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยในเอกสารที่ยื่นให้ผบ.ทบ. มีหลักฐานชัดเจน และมีพยานยืนยัน
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ตนยังได้นำเอกสารหลักฐานการทุจริตที่ยื่นให้ผบ.ทบ. อีก 3 เรื่องประกอบด้วย 1.การทุจริตภายในกรมสรรพาวุธทหารบก 2.กรณีอดีตภริยาเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบกร่ำรวยผิดปกติ 3.ทุจริตการใช้งบประมาณในโครงการอบรมแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว ไม่ใช่มีแค่ตนที่ตรวจสอบเท่านั้น เพราะทำให้เงินหายไปจากกองทัพ 16 ล้านกว่า เนื่องจากมีการปลอมลายเซ็น ทำเอกสารเท็จ
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ดิน อ. พรานกระต่าย จ. กำแพงเพชร ตนเคยนำผู้เสียหายไปร้องเรียน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) มาแล้ว 3 ราย แต่หลังจากนั้นผู้เสียหายซึ่งเป็นทหารชั้นผู้น้อยไม่กล้าไปร้องเรียนต่อคอลเซ็นเตอร์สายตรงผบ.ทบ. เพราะเกรงจะเข้าข่ายผิดวินัย 9 ข้อ ตนก็ไม่รู้จะใช้ช่องทางไหน จึงไปไลฟ์สดเพื่ออยากให้สาธารณชนรับรู้ ทำให้พล.ต.บุรินทร์ ประสานงานไปเพื่อให้นำข้อมูลเหล่านั้นมาให้กองทัพบกโดยตรง
“ทหารชั้นผู้น้อยมายื่นกับผมจำนวนมาก เพราะเขาไปร้องผู้บังคับบัญชาแล้วก็ไม่สนใจ ไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา เขาเป็นทหารชั้นผู้น้อยจะไปทำอะไรก็ไม่ได้ ร้องไปก็โดนวินัย 9 ข้อ จับขัง ทำให้ไม่มีใครกล้าร้อง ผมมีหน้าที่รับ และส่งต่อ เชื่อว่าจะทำให้กองทัพแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น เชื่อมั่นว่าเมื่อยื่นหลักฐานเป็นเอกสาร สามารถเอาผิดได้ พรุ่งนี้ (25 ก.พ.) ตรวจสอบ วันถัดไปสามารถลงโทษได้เลย”