"บิ๊กตู่" เผย "ฮุนเซ็น" การันตี ไม่ยอมให้ใครใช้ดินแดนกัมพูชาเคลื่อนไหวต้านรัฐบาลไทย
"บิ๊กตู่" เผย "ฮุนเซ็น" การันตี ไม่ยอมให้ใครใช้ดินแดนกัมพูชาเคลื่อนไหวต้านรัฐบาลไทย พร้อมเชียร์นั่งนายกฯ ต่อ ซัดพวก เฮทสปีช ในโซเชียล ทำสังคมแตกแยก
วันที่ 22 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า วันนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ โครงการรถไฟไทย-กัมพูชา ซึ่งไทย-กัมพูชามีความสัมพันธ์มายาวนาน จะครบรอบ 70 ปีในปีหน้านี้ ถือเป็นการฉลองการเริ่มต้น ซึ่งวันนี้ได้มีการมอบตู้รถไฟดีเซลรางไป 4 ตู้ มีการสร้างสะพานใหม่ และเส้นทางใหม่ สถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ซึ่งวันข้างหน้าจะอำนวยความสะดวกในการโดยสารรถไฟ และมีเส้นทางสามารถเดินทางไปถึงกรุงพนมเปญ โดยเราจะไปช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัยในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาบอกว่า วันนี้ถือเป็นยุคที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในการร่วมมือทำงานกับรัฐบาลช่วงนี้ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน เป็นนายกฯ กัมพูชามานาน 34 ปีแล้ว ทำงานกับรัฐบาลไทยมา 12 รัฐบาล 12 นายกฯ แล้ว เขาบอกว่ารัฐบาลนี้ทำดีที่สุด ถือว่าเขาเข้าใจ สถานการณ์ภายในของเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ กัมพูชาขอความร่วมมือรัฐบาลไทยในเรื่องอะไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีเรื่องการสัญจรไปมาข้ามแดนต่างๆ และการกำหนดจำนวนรถผ่านแดนที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว ที่สำคัญได้มีการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ซึ่งตนได้บอกทางกัมพูชาไปว่า ถ้าเราทำเรื่องกฎกติกา ระเบียบข้ามแดนเฉพาะไทยกับกัมพูชาก็ไปไหนไม่ได้อีก จึงเสนอให้เขาประสานประชุมร่วมกับทางเวียดนามที่มีการประชุมเรื่องการขนส่งทางทะเลด้วย เช่นเดียวกับเส้นทางใหม่ที่จะเกิดขึ้นที่หนองเอียนระหว่างนี้ยังเปิดไม่ได้ เพราะฝั่งโน้นยังสร้างไม่เสร็จ เส้นทางยังมาไม่ถึงนี้ ก็จะมีการเจรจาแก้ปัญหาให้เรียบร้อย โดยมีกฎระเบียบออกมา เมื่อพร้อมก็สามารถที่จะเปิดเส้นทางได้เลย นอกจากนี้เขาขอหารือในเรื่อง การเปิดจุดผ่านแดนถาวรทางอีสาน จุดอานม้า ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงจะต้องคุยกัน
“ประการสุดท้าย ที่เขาย้ำ คือ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาใช้ดินแดนของเขาในการเคลื่อนไหว ต่อต้านรัฐบาลไทย ซึ่งตอนนี้เขาได้ส่งข่าวให้ฝ่ายไทยหลายครั้ง เราต้องไว้ใจ ซึ่งกันและกัน เพราะผลประโยชน์ของชาติถือเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตามต้องเคารพกระบวนการยุติธรรมของเรา ต่างคนต่างฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน หลักการต้องไว้เนื้อเชื่อใจลดความหวาดระแวง และผลประโยชน์เท่าเทียม เราต้องดูแลเขา ให้ความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นมิตรกัน เพราะเราเป็นเพื่อนบ้าน ใกล้ชิดกัน ทางการทูตกว่า 70 ปี ซึ่งจริงแล้ว เรามีประวัติศาสตร์กันมายาวนาน 800 -1,000 ปี แล้ว อุปสรรคก็มีทั้งฝั่งเขา และเรา” นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่า นายกฯ กัมพูชาได้ให้กำลังใจอะไรนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาให้กำลังใจเรา โดยขอให้ได้เป็นนายกฯ เพื่อบริหารประเทศชาติต่อ ซึ่งตนบอกไปว่า แล้วแต่ เป็นเรื่องกลไกลทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เขาเชื่อมั่นว่าหลายๆอย่างดีขึ้นในสมัยรัฐบาลนี้ และอยากให้ดำรงสิ่งเหล่านี้ต่อไปในอนาคต ซึ่งตนบอกว่าเราได้ทำยุทธศาสตร์เอาไว้แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรก็ตาม ต้องสามารถทำต่อได้ ซึ่งเขาก็อยากที่จะสานต่อ
เมื่อถามว่า นายกฯ เจอกับ นายกฯ กัมพูชา จะกอดกันทุกครั้งมีความรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นธรรมเนียมของเขา เราเป็นคนไทยเมื่อเขาแสดงมิตรไมตรีมาก็ต้องรับอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้มีไรกัน มันคือประเพณีของเขา
เมื่อถามว่า นายกฯ กัมพูชา มองบรรยากาศบ้านเมืองของเราอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มอง เขาเห็นว่าบ้านเมืองของเราสงบเรียบร้อยดี เป็นสิ่งที่เขาชอบ และเขาเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้ง รุนแรงเกิดขึ้นอย่างช่วงที่ผ่านมา เขามองในภาพนั้น เขามองว่า ความสงบสุขร่มเย็นของประชาชนที่ไม่มีความรุนแรงหรือใช้อาวุธอะไรต่างๆ จะเป็นบ่อเกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ ระหว่างกัน ส่งผลให้เศรษฐกิจต่างๆ เดินไปได้ ถ้าเอาการเมืองมาขับเคลื่อนทุกอย่างจะไปไม่ได้หมด คนที่เสียโอกาสคือประชาชน ไม่ใช่ตนเอง เข้าใจหรือไม่ ประชาชนจะเสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง ซึ่งวันนี้ตนได้พูดกับชาว จ.สระแก้วไปแล้ว ทุกคนต้องกลับมาดูว่าจะทำอาชีพอะไรที่จะให้เกิดการพัฒนา โดยเฉพาะอาชีพการเกษตร และค้าขาย ซึ่งตนได้เตือนไปหลายครั้งแล้ว เพราะพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไป ทุกคนจะต้องพยายามไปสู่การค้าขายออนไลน์ให้ได้ และวันนี้ตนเห็นว่ามีหลายหมื่นรายแล้ว ตรงนี้จะแก้ปัญหาธุรกิจและการค้าขายไม่ดี พฤติกรรมคนต้องการความสะดวกมากขึ้น
เมื่อถามว่า อากาศร้อนๆ จะพูดอะไรกับประชาชนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อากาศร้อนต้องทำให้ใจเย็นลง จะไปร้อนตามอากาศไม่ได้ ต้องใจเย็นๆ อย่าไปปลุกความขัดแย้งขึ้นมาอีก ตนเห็นว่าวันนี้ความเกลียดชังยังมีอีกเยอะ พวกเฮทสปีช ในโซเชียล ทำให้สังคมปั่นป่วน เข้าใจหรือไม่ คนเราถ้ามีความรู้ มีข้อมูลอะไรต่างๆ คงไม่เขียนแบบนั้นหรอก แต่นี้ไม่มีความรู้และคิดเอง แล้วเขียนว่ากันไปมา มันไม่เกิดอะไรเลย มีแต่สร้างความขัดแย้งมากขึ้น แล้วตนจะไปหยุดความขัดแย้งเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะมันไม่ได้ผ่านมาที่ตน
เมื่อถามว่าวันนี้นายกฯ ห่วงอะไรมากที่สุดหลังการเลือกตั้ง พลเอกประยุทธื กล่าวว่า ความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพของบ้านเมือง