- โฆษณา -

“ไทยสร้างไทย” ชำแหละสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า โชว์วิสัยทัศน์ลดราคาค่าโดยสารช่วยคนตัวเล็ก

การเมือง27 ก.พ. 2565 • 17:21 น.
“ไทยสร้างไทย” ชำแหละสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า โชว์วิสัยทัศน์ลดราคาค่าโดยสารช่วยคนตัวเล็ก
วันที่ 27 ก.พ.65 ที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยน.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการการเมืองและพัฒนาพรรค ร่วมแถลงข่าวแสดงจุดยืนของพรรค ต่อกรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าปัญหาค่าโดยสาร รถไฟฟ้าแพงเป็นประเด็นที่คนกรุงเทพฯคาใจมานานหลายปี และเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้บริการรถไฟฟ้าหรือไม่ พรรคไทยสร้างไทยจึงได้ มอบหมายให้น.ต.ศิธา ทิวารี เป็นผู้ศึกษาปัญหาดังกล่าว โดยพบว่าการลงทุนในรถไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือการให้สัมปทาน โดยเอกชนลงทุนทั้งในส่วนของค่าก่อสร้างงานโยธา และค่าดำเนินการในการดูแลระบบรถไฟฟ้าแบบ 100% คือรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพียงสายเดียว ที่เอกชนที่ได้รับสัมปทานจะรับภาระหนี้ในการก่อสร้างของรัฐบาล ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินรัฐลงทุน 70% เอกชนลงทุน 30% ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงรัฐลงทุนเอง100% ส่วนเอกชนได้รับสัมปทานในการเดินรถ ซึ่งในส่วนนี้การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.)เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบความปลอดภัยทั้งหมด ซึ่งหากพิจารณาด้วยข้อเท็จจริงพบว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายล้วนมีราคาแพงทั้งหมด แต่รถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเอกชนลงทุนทั้งหมดกลับมีราคาค่าโดยสารต่ำที่สุด อยู่ที่ 1.23 บาทต่อกิโลเมตร และตลอด 22 ปีที่ผ่านมา BTS ได้นำส่งส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐกว่า 2 แสนล้านบาท ส่วนรถไฟฟ้าที่รัฐบาลมีส่วนในการลงทุน กลับพบว่ามีราคาค่าโดยสารแพงกว่า ไม่ว่าจะเป็นสายสีน้ำเงิน มีราคาอยู่ที่ 1.43 บาทต่อกิโลเมตร และสายสีม่วงมีราคาอยู่ที่ 1.83 บาทต่อกิโลเมตร ที่ผ่านมารถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ยังไม่เคยนำส่งรายได้เข้ารัฐเลย ดังนั้นประเด็นที่พรรคไทยสร้างไทย จึงขอชวนให้พี่น้องจับตาและติดตามอย่างใกล้ชิด คือทำอย่างไรจะให้รถไฟฟ้ามีราคาค่าโดยสารถูกลง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคการเมืองหลายพรรค ได้ตีโจทย์ผิด มุ่งเน้นประเด็นในเรื่องของการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยไม่ยกประเด็นเกี่ยวกับการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน คนตัวเล็ก ขึ้นมาหาข้อสรุปอย่างจริงจัง น.ต.ศิธา ได้กล่าวว่าตนเห็นว่าการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายอยู่ในวิสัยที่ทำได้ โดยต้องเปิดโต๊ะเจรจา 3 ฝ่าย คือประชาชนคนตัวเล็ก รัฐ และเอกชน เพื่อหาทางออกโดยมีเป้าหมายให้ลดค่าโดยสารให้มากที่สุด และประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากที่สุด และตัดผลประโยชน์รายได้ของรัฐ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่วนปัญหากรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เอกชนได้ลงทุน ให้รัฐดำเนินการคืนหนี้ให้กับเอกชน ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์และ น.ต.ศิธา เชื่อว่าหากดำเนินการตามแนวทางของพรรคไทยสร้างไทย โดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง จะสามารถลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าลงได้อย่างน้อย 30 ถึง 40% และที่สำคัญรถไฟฟ้าที่รัฐเป็นผู้ลงทุนมีความได้เปรียบมากกว่ารถไฟฟ้าที่เอกชนลงทุน แต่กลับยังไม่สามารถนำส่งรายได้ให้รัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ หากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสามารถลดราคาค่าโดยสารได้ 30 ถึง 40 % รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกับสายสีม่วงก็ต้องทำได้เช่นกัน เพราะรัฐทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลเป็นหลัก