"มัลลิกา" เผยกมธ.ต่างประเทศ เรียก "คลัง-พาณิชย์-ต่างประเทศ" ถก G20 ศึกษา "เศรษฐกิจและทิศทางโลก"
วันที่ 23 ธ.ค.65 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรรมาธิการการต่างประเทศ ได้พิจารณาสาระที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการสืบสวนศึกษาประโยชน์และทิศทางของ G20 (group of twenty) ซึ่งเป็นกลุ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้บริหารธนาคารกลางจากประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่รวมกับสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นประเทศรวมกลุ่มระบบเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในเศรษฐกิจโลก และมีสหรัฐอเมริกากับจีนเป็นยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม ประกอบด้วยประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ เช่น อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมนี รัสเซียและสหรัฐอเมริกา กับกลุ่มประเทศระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่อีก 11 ประเทศ เช่น อาร์เจนตินาออสเตรเลีย บราซิล จีนอินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก ซาอุดิอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และตุรกี ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่มีประเทศไทย
นางมัลลิกา กล่าวว่า กรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องที่ทางกลุ่มประเทศเหล่านี้ติดตามผลกระทบอัตราเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดและการการที่แต่ละประเทศปรับใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอย่างเหมาะสม ความกังวลต่อความไม่มั่นคงทางอาหารและพลังงานของกลุ่มประเทศ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่าสนใจก็คือตอนประชุมล่าสุดที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียได้มีการออกแถลงการณ์ด้านความมั่นคงทางอาหารโดยเฉพาะห่วงโซ่การผลิตอาหารไม่ห้ามการส่งออกอาหารประเภทที่สำคัญ เช่นข้าว นอกจากนั้นยังมีการให้สถาบันการเงินที่สำคัญของโลกเข้ามาอุดหนุนนอกจากนั้นก็ยังมีการใช้ดิจิทัลอินโนเวชั่นหรือเทคโนโลยี เพื่อการเพิ่มผลผลิตทางอาหารและระบบเตือนภัยต่อเกษตรกร เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาข้อสรุป G20 Chair's Summary ในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางครั้งที่ 4 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีข้อสรุป 15 ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือความตระหนักถึงความจำเป็นที่ทุกประเทศจะต้องยกระดับมาตรฐานเพื่อการขจัดการฟอกเงินและสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้ายโดย G20 จะดำเนินการตามกลยุทธ์ของ Financial Action Task Force( FATF) และ FATE Style Regional Bodies( FSRBs) เพื่อเป็นผู้นำในการตอบสนองต่อการคุกคามเหล่านี้ด้วย
"นอกจากนั้นที่น่าสนใจ คือ สมาชิกกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่เหล่านี้เห็นพ้องต้องกันเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกที่ได้ชะลอตัวลงอีก เนื่องจากวิกฤตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน และตนยอมรับว่าสมาชิกในกลุ่มประเทศใหญ่เหล่านี้เป็นตลาดรองรับการส่งออกสินค้าสำคัญของประเทศไทย พวกเขายังยืนยันความมุ่งมั่นต่อนโยบายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน คำนึงถึงสถานการณ์ของแต่ละประเทศด้วยและให้ความสำคัญกับระบบการค้าพหุภาคีที่อิงตามกฎไม่เลือกปฏิบัติ มีความยุติธรรมเปิดกว้าง ครอบคลุม โปร่งใสโดยมีองค์การการค้าโลกเป็นแกนหลัก"นางมัลลิกา กรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าว