"ไพศาล" เตือนรัฐบาลเร่งเจรจาสามฝ่าย "ไทย-ลาว-จีน" เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหมระหว่างประเทศ

การเมือง16 ม.ค. 2565 • 12:28 น.
"ไพศาล" เตือนรัฐบาลเร่งเจรจาสามฝ่าย "ไทย-ลาว-จีน" เชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหมระหว่างประเทศ
วันที่ 16 ม.ค.65 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุค ส่วนตัว Paisal Puechmongkol ระบุว่า " ถูกจับไปต่อคิวเวียดนาม ลาว แล้วยังไม่รู้ตัว!!! 1. ในอดีตการส่งสินค้าภาคเกษตร และอื่น ๆ จากไทยไปจีน ส่งได้3ทางคือ ทางเครื่องบิน ทางแม่น้ำโขงใกล้ๆ ฝั่งไทย และทางรถยนต์ ไปตามเส้นทาง R3A ซึ่งไทยได้เปรียบประเทศอื่น และทำให้ไทยส่งสินค้าไปขายจีนได้มากที่สุด 2. หลังจากเบี้ยวจีนสารพัดเรื่อง และแสดงออกว่าเป็นฝักฝ่ายในการต่อต้านจีน ก็เกิดผลกระทบกับเส้นทางขนส่งสินค้าไปจีนมาตามลำดับ ล่าสุดสรุปได้ดังนี้ (1) ถ้าจะส่งทางแม่น้ำโขงก็ถูกกำหนดให้ขนส่งผ่านประเทศลาว ไปที่เมืองมอม แล้วขนของลงเรือที่แม่น้ำโขงฝั่งลาวไปจีนซึ่งต้องขนส่งทางรถยนต์ก่อนเป็นระยะทางนับ 100 กิโลเมตร (2) ที่ส่งโดยทางรถยนต์ตามเส้นทาง R3A ก็ไปไม่ได้แล้ว เพราะอยู่ระหว่างการซ่อม และไม่มีกำหนดเสร็จ เส้นทางก็ไม่สะดวกเหมือนเดิม เขาคงจะซ่อมไปเรื่อย ๆ จนกว่าความสัมพันธ์ต่างๆ จะดีขึ้น (3) เมื่อเปิดการเดินรถไฟเส้นทางสายไหมลาว-จีน เขาก็ไม่ให้สิทธิสินค้าเกษตรของไทย ขนผ่านรถไฟเส้นนี้ เพราะต้องใช้ขนส่งสินค้าของลาว กัมพูชา และชายแดนเวียดนามที่ติดกับลาวก่อน ซึ่งคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่าเราจะเชื่อมต่อรถไฟเส้นทางสายไหมหนองคาย -เวียงจันทร์ ที่สถานีรถไฟเวียงจันทร์ - คุนหมิง ซึ่งต้องเป็นรางขนาด 1.435 เมตร 3 ล่าสุดเส้นการขนส่งสินค้าเกษตรไปจีน โดยทางรถไฟถูกกำหนดว่าจะต้องส่งเข้าจีนที่มณฑลกวางสี ที่ด่านผิงสิงก่วน ซึ่งเป็นเขตการค้าชายแดนจีน-เวียดนาม ถ้าไทยจะส่งสินค้าเกษตรไปเส้นทางนี้ ก็ต้องขนไปทางรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขงที่หนองคาย หรือมุกดาหาร ไปทางเวียงจันทร์ ตรงไปยังชายแดนลาว-เวียดนามที่เมืองดั่งดง จากนั้นต้องขนของลงจากรถยนต์ไปขึ้นตู้รถไฟที่สถานีดั่งดง แล่นตรงขึ้นเหนือผ่านครึ่งประเทศเวียดนาม ไปยังด่านผิงสิงก่วน ที่มณฑลกวางสี 4 การจองตู้สินค้ามีอุปสรรคมาก เพราะรถไฟสายนี้ เวียดนามจะให้ผู้ประกอบการเวียดนาม ได้ตู้สินค้าก่อน ถ้ามีเหลือจึงให้ผู้ประกอบการลาวที่ชายแดนดั่งดงขนขึ้นเป็นลำดับที่สอง และถ้ายังมีพื้นที่เหลืออีกจึงเป็นคิวของไทย ถ้าไม่มีตู้ก็ต้องรอ ข้าวของสินค้าต้องค้างรออาจเสียหาย การขนส่งหลายทอดผ่านหลายด่าน และต้องต่อคิวเป็นคิวที่ 3 ลำบากแสนเข็ญ เสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายเพียงใด? นี่คือการกินน้ำใต้ศอกทั้งลาว และเวียดนามไปแล้ว 5 ไทยเสียเปรียบมากที่สุด ที่สำคัญคือ ผู้ประกอบการคนไทย ไม่สามารถไปติดต่อจองตู้รถไฟที่สถานีดั่งดงได้ ที่ขนไปได้ก็เป็นพ่อค้าชมรมล้งจีน ถ้าไม่แก้ไขปัญหานี้ ชมรมล้งจีนก็จะยึดอาชีพไทยทั้งหมด นี่คือความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องรีบเจรจาสามฝ่าย ไทย-ลาว และจีน เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหมระหว่างประเทศ ช่วงหนองคาย - เวียงจันทน์ และรีบก่อสร้างให้เร็วที่สุด ผู้ประกอบการคนไทย จึงจะสามารถส่งสินค้าไปที่สถานีหนองคายได้โดยตรง จะสะดวกกว่าที่จะไปกินน้ำใต้ศอกเขา ขอเตือนว่าถ้าไม่แก้ปัญหานี้ การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีนจะหายไปจำนวนมาก เกิดความเดือดร้อนแก่เกษตรกรทั้งภาคเหนือภาคอีสาน อย่างรุนแรง จะซ้ำรอยยิ่งกว่าหมูแพงอีกหลายเท่า"