นายกฯลงพื้นที่เยียวยาน้ำท่วม "อุตุฯ"เตือนรับมือฝนถล่มกรุง
"นายกฯ"ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่ อ.ศรีสำโรง พร้อมมอบถุงยังชีพ แนะชาวสุโขทัยสวดมนต์ไล่พายุ ระบุนำหัวใจคน กทม.-คนต่างจังหวัดมาเป็นกำลังใจ ยันรัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ด้านชาวนา"สามชุ"กระทม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมนาข้าวเสียหายกว่า 5000 ไร่ ขณะที่กรมอุตุฯเตือน"เหนือ-ตะวันออก-กลาง-ใต้"ฝนถล่ม ส่วน"กทม.-ปริมณฑล"ตกหนักไม่แพ้กัน
เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อ.ศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ ที่ 8 ต.วังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ด้วยรถยนต์ พร้อมมีการพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียงและทักทายสวัสดี "นะจ๊ะ" ประชาชนที่อยู่ตามบ้านเรือนตลอดเส้นทาง โดยบอกว่า นี่เป็นภัยธรรมชาติ ก็ต้องแก้กันไป ขอให้ทุกคนแข็งแรง ปลอดภัย
นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่มีเพียงแค่ตรงนี้ ซึ่งมีหลายที่ด้วยกันโดยขณะนี้มีพายุเข้ามา โดยปีที่แล้วพายุเข้ามา 5 ลูก และนี่ เพียงลูกเดียว จึงขอให้ช่วยกันสวดมนต์ อย่าให้พายุเข้ามาอีกเลย พายุลูกเดียวนี่ก็พอแล้ว พร้อมต้องช่วยกันคิดใหม่ว่าวันข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไร จะต้องปลูกบ้านอย่างไร จะต้องปลูกบ้าน 2 ชั้นหรือขยับขยายไปอยู่ในที่สูงขึ้น ซึ่งรู้ว่ายากแต่ถ้าตั้งใจฝั่งรัฐบาลพูดบ้าง ก็น่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้นบ้าง ซึ่งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีก็ใช่จะสบายต้องทำงานทุกวันต้องพยายามคิดอะไรใหม่ๆ ทั้งในเรื่องของการเกษตรโครงสร้างพื้นฐาน แก้ปัญหาความยากจนการกระจายรายได้ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งทุกคนจะต้องพัฒนาขีดความสามารถ เพราะวันข้างหน้าลูกหลานต้องอยู่กับเทคโนโลยีดิจิทัล ต้องการเรียนภาษาโค้ดดิ้ง เพื่อสั่งการด้วยคอมพิวเตอร์
นายกฯ กล่าวกับประชาชนอีกว่า ลงพื้นที่วันนี้นำพาหัวใจคนกรุงเทพมหานคร หัวใจคนต่างจังหวัดมามอบให้กับคนสุโขทัย จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายรู้สึกเห็นใจ เข้าใจความรู้สึกผู้ประสบภัย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านอุทกภัยครั้งนี้ไปให้ได้ ในส่วนรัฐบาลได้สั่งการให้ส่วนราชการสำรวจความเสียหายเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนอย่างครบถ้วน ยืนยันรัฐบาลจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ในส่วนของน้ำท่วมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 100% เพราะศักยภาพของพื้นที่ แต่จะต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานพื้นที่น้ำท่วมใน ต.หนองผักนาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ว่า หลังจากที่ฝนตกหนักมาหลายวัน และยังมีน้ำเหนือไหลลงมาในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มขึ้นสูง จนเอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวชาวนาต้องนำเครื่องสูบน้ำมาสูบเพื่อระบายน้ำป้องกันข้าวเน่าตาย โดยเฉพาะคลองทิ้งน้ำกระเสียวที่รับน้ำมาจาก พื้นที่ อ.ด่านช้าง ปริมาณน้ำมากเอ่อล้น เข้าท่วมนาข้าวของชาวนา พื้นที่หมู่ 1- 2 -3-4-5 -6 และ7 มีพื้นที่นาข้าวกว่า 5,000ไร่ ทั้งที่เพิ่งปลูก ได้ไม่นาน และข้าวที่กำลังโตใกล้จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตถูกน้ำท่วมมิดยอดข้าว
ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ วันที่ 27 ก.ย.64 ว่า บริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย
ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคกลาง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
ขณะที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.