“ประวิตร” ลงนามคำสั่งสำนักนายกฯให้รักษาราชการแทนนายกฯ แต่งตั้ง – อนุมัติงบได้ มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 24 ส.ค.

การเมือง30 ส.ค. 2565 • 07:33 น.
“ประวิตร” ลงนามคำสั่งสำนักนายกฯให้รักษาราชการแทนนายกฯ แต่งตั้ง – อนุมัติงบได้ มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 24 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ส.ค. 2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 215/2565 เรื่อง มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในกรณีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ หรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง

 

โดยคำสั่งดังกล่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2565 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหรือไม่ กรณีจึงเป็นการสมควรกำหนดรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี 

 

โดยในคำสั่ง ระบุว่า ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2565 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

1.ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

 

2.กรณี พล.อ.ประวิตร รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ตามลำดับ ดังนี้ นายวิษณุ เครืองาม , นายอนุทิน ชาญวีรกูล , นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ , นายดอน ปรมัตถ์วินัย และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

 

3.ในการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ผู้รักษาราชการแทนตามข้อ 1 (พล.อ.ประวิตร) มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่ในการเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการหรือองค์กรใด ทั้งนี้ในกรณีผู้รักษาราชการแทนตามข้อ 2 จะสั่งการใดอันเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการอนุมัติเงินงบประมาณอันอยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับความเห็นชอบจากรองนายกรัฐมนตรีรักษาการแทนนายกรัฐมนตรีตามข้อ 1 (พล.อ.ประวิตร) ก่อน

 

4.ในระหว่างการรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี หากผู้รักษาราชการแทนตาม 1 หรือ 2 แล้วแต่กรณีต้องเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการใดซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และผู้รักษาราชการแทนเป็นรองประธานกรรมการหรือกรรมการร่วมอยู่ด้วย ให้ผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการเพียงตำแหน่งเดียว