"ประธาน 4 องค์กรอิสระ" ประกาศย้ำความร่วมมือบูรณาการต่อต้านทุจริต ตามรัฐธรรมนูญ
"ประธาน 4 องค์กรอิสระ" ประกาศย้ำความร่วมมือบูรณาการต่อต้านทุจริต ตามรัฐธรรมนูญ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของประชาชน ประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
ประธานองค์กรอิสระ 4 องค์กร ได้แก่ พลตำรวจเอกวัชพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.,พลเอกชนะทัพ อินทามระ ประธานการตรวจเงินแผ่นดิน, นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมคณะกรรมการการเลือกเลือกตั้ง หรือกกต. อภิปรายในหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในการต่อต้านการทุจริต” ให้กับผู้เข้ารับการหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง” หรือ นยปส.รุ่นที่ 13
นายอิทธิพร กล่าวว่า ภารกิจของกกต.มีความชัดเจนในการจัดการการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และสนับสนุนพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
การทำหน้าที่ของกกต.จึงหมายรวมถึงการตรวจสอบ ไต่สวนการทุจริต ซึ่งพบว่ามีความเกี่ยวพันทั้งการกระทำของบุคคลและนิติบุคคล จึงมีกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปราบปรามการทุจริต
นายสมศักดิ์ กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ คือการตรวจสอบการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐที่สร้างความเดือดร้อนหรือใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมกับประชาชน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีหน้าที่เสนอแนะแก้ไขคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่สร้างความเดือดร้อนไม่เป็นธรรมให้กับประชาชน
พลเอกชนะทัพ กล่าวว่า การตรวจเงินแผ่นดิน คือการตรวจสอบความชอบของกฎหมายที่เป็นเงินแผ่นดิน การปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ ตรวจรายงานด้านการเงิน และการรับรองบัญชี อันเป็นเงินทั้งปวงที่รัฐเป็นเจ้าของหรืออยู่ในการครอบครองของรัฐ
พลตำรวจเอก วัชพล เน้นย้ำการทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีแผนงานที่มุ่งนั้นการป้องกันการกระทำทุจริต ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกลไกสกัดกั้นการทุจริต และสร้างธรรมาภิบาลในกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ยกระดับจริยธรรมทางการเมืองระดับประเทศและท้องถิ่นโดยมีตัวชี้วัด และกรอบระยะเวลาการดำเนินคดีที่ชัดเจน
ส่วนการบูรณาการการทำงานร่วมกันขององค์กรอิสระนั้นมีความเชื่อมโยงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายหน้าที่ หากมีประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียน ขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานไหนให้รับเรื่องไว้ก่อน แล้วส่งเรื่องต่อไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง หรือขอความร่วมมือกันระหว่างองค์กรเพื่อช่วยตรวจสอบในกรณีที่มีความเชื่อมโยงกันทางคดี ซึ่งองค์กรอิสระจะประชุมร่วมกันทุกๆ2 เดือนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประเด็นการทุจริตและบูรณาการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต
ส่วนการอภิปรายในหัวข้อ”องค์กรธรรมาภิบาลในกระบวนการยุติธรรม”โดยมีผู้อภิปราย ได้แก่ ดร.ลาชิน ไชยอนงค์ รองประธานศาลฎีกา,ดร.สุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลปกครองสูงสุด และ นายบุญเสริม นาตสาร รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ต่างเน้นย้ำความจำเป็นและสำคัญของหลักธรรมาภิบาลที่ต้องอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคมได้เข้าถึงอย่างเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ และต้องโปร่งใสในการตัดสินคดีต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้คู่กรณีมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ต้นจนจบ และพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่าย ทั้งการร้องเรียน ให้ข้อมูล และแจ้งเบาะแสในระบบออนไลน์ และการเข้าหาประชาชนเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆมากขึ้น