บิ๊กตู่ยกรามเกียรติ์เล่นบทพระราม
วันแรกซึกซักฟอก “ม.152”เดือด! “นพ.ชลน่าน” เปิดหัวซัด “ครม.ล้มเหลว” เข้าสู่ยุค “ข้าวของแพง ค่าแรงถูก” ไร้ความสามารถ จี้“ยุบสภา-ลาออก” ด้าน “นายกฯ”เปรียบตัวเป็น“พระราม” ฝ่ายค้านเป็น“ทศกัณฐ์” บอกตอนจบก็รู้ว่าเป็นอย่างไร ยันรบ.ตั้งตามรธน.60 ไม่ใช่รัฐบาลตั้งแต่ปี 57 ลั่นไม่เคยทำงานแบบ “สุกเอาเผากิน” ขณะที่“เสรีพิศุทธ์”ถามนายกฯได้ดิบได้ดีทุกวันนี้เพราะโกง เย้ยจะสอนไม่ให้คนอื่นโกงยังไง แฉกลางสภาเปิดคลิบจับผิด “กกต.-ส.ส.” โกงเลือกตั้ง เหน็บนายกฯอยู่มา 8 ปี หมดสภาพ แนะฟังเพลง “ถอยดีกว่า” ส่วน “อนุทิน”ลั่นไม่คิดนั่ง“นายกฯ” หากมีไฮแจ๊คกลางสภา “ศักดิ์สยาม” เมิน “โทนี่” ปูดฝ่ายค้านรับ30 ล้าน
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 17 ก.พ.65นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมเปิดอภิปรายญัตติทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)เป็นวันแรก โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านอภิปรายว่า ขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อครม. เนื่องจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรงเข้าทำนอง ข้าวของแพง ค่าแรงถูก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลวผิดพลาดในทุกด้านของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำและทรุดตัวมาอย่างต่อเนื่อง มีการก่อหนี้สาธารณะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หนี้ครัวเรือนและอัตราการว่างงานของนักศึกษาจบใหม่ก็สูงขึ้น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิดที่ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อกว่า 2 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 2 หมื่นคน ขณะที่มาตรการป้องกันและแก้ปัญหาก็ไม่มีความชัดเจนยิ่งทำให้เศรษฐกิจของประเทศดิ่งเหว
“การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลยังส่อไปในทางทุจริตหลายเรื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินทำให้อันดับการทุจริตคอรัปชั่นโลกของไทยสูงขึ้น และขอถามว่า รัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นต้นตอปัญหาของการเมืองที่ลามไปสู่ปัญหาอื่นๆ หรือไม่ หากพรรคฝ่ายค้านเป็นองค์ประชุมให้ จะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ขอให้ตอบ ไม่ใช่เก็บไปดอง อย่างไรก็ดีผมเชื่อว่านายกฯ รักประชาชน ขอให้เอาหัวใจมามองสิ่งดีๆ เพื่อทำประโยชน์ให้ประชาชน โดยประกาศลาออกจากหรือประกาศยุบสภา มอบอำนาจให้ประชานตัดสินใจ ซึ่งเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้แบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด”
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงว่า ตนพร้อมรับฟังด้วยเหตุผล อะไรที่ต้องนำไปแก้ไขก็จะดำเนินการ
“ผมเคยคุยครั้งหนึ่งว่าเมื่อผมเข้ามาในสภา ควรที่จะวางบทบาทให้เหมือนรามเกียรติ์ ซึ่งผมคงเล่นฝ่ายบทพระราม พระลักษมณ์ อีกฝ่ายก็ต้องเล่นบททศกัณฐ์ ผมคิดว่าประเทศชาติไม่ใช่แบบรามเกียรติ์ แต่ท้ายที่สุดก็รู้อยู่แล้วว่าทศกัณฐ์เป็นอย่างไร ตอนท้ายนั้นคือข้อเท็จจริง ผมจะไม่กล่าวอะไรให้เกิดวุ่นวาย ทะเลาะเบาแว้งหรืออะไรที่ไม่พอใจกันอีก ก็จะพยายามระมัดระวังอย่างที่สุด”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่กล่าวว่ารัฐบาลใช้กลไกเข้าสู่อำนาจ ตนยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลเดิมจากปี 57 แต่ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งตามกรอบรัฐธรรมนูญ 60 และคนที่อยู่ในอำนาจเดิมก็มาทำหน้าที่ใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ตัวบทกฎหมายใหม่ สถานการณ์วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่เป็นวิกฤติการณ์ของโลก โดยเรื่องปัญหาโควิดสามารถชี้แจงได้หมด วันนี้เราก็จัดหาวัคซีนได้เพียงพอ และวันนี้เมื่อทุกอย่างปรากฎออกมาแล้วและมีการพัฒนา วิเคราะห์วิจัยจนเป็นผลสัมฤทธิ์ เราก็สามารถจัดวัคซีนได้ครบถ้วน จนประเทศไทยได้รับการยอมรับ
“ทุกประเด็นชี้แจงได้หมดทั้งวัคซีน เศรษฐกิจ โรคระบาด ยาเสพติด ปฏิรูปการเมือง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะการบริหารที่ส่อทุจริตจนส่งผลต่องบประมาณ อย่าพูดคำนี้กับผม หากไม่มีหลักฐาน ไม่มีคดีความที่ทำให้เกิดในการความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ ยืนยันผมจะไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด ส่วนเรื่อง แพง จน พังทั้งแผ่นดินที่ฝ่ายค้านกล่าวมา รัฐบาลรับไว้หมดเพื่อดำเนินการแก้ไข ต่างคนต่างเล่นคนละบทบาทจะให้ ผมเล่นเป็นพระลักษมณ์ พระรามก็แล้วแต่ ท่านอยากเป็นทศกัณฐ์ก็แล้วแต่ ดูหนังดูละครก็ขอให้ย้อนดูตัวคนเล่นละครด้วย ผมก็โดนพวกท่านดูอยู่ ฉะนั้น ต้องดูตัวละครอื่นด้วย มันถึงจะสำเร็จ ประเทศไทยใหญ่กว่ารามเกียรติ์มาก”
ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายถึงความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง พร้อมยกตัวอย่างเช่น ส.ส.ที่โกงเงินสหกรณ์ ส.ส. รุกที่ป่าเลี้ยงไก่ ส.ส.ที่มาประชุมทั้งที่หนีคดี ส.ส. ที่มีคดีแต่กลับย้ายไปอยู่พรรคอื่นแล้วพรรคก็รับ เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการปฏิรูปประเทศไม่ได้ผล นอกจากนี้ยังมีกรณีการทุจริตการเลือกตั้งซ่อมที่จ.ลำปาง สมุทรปราการ และนครศรีธรรมราช โดยให้ทหารมาติดตามคุกคามคู่แข่งทางการเมือง พร้อมเปิดคลิปการซื้อเสียงที่ อ.เถิน จ.ลำปาง กลางสภา และสมุทรปราการที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐทั้งนั้น และฝากถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า ที่เป็นใหญ่อยู่ทุกวันนี้เพราะโกงเขามาตลอดใช่ไหม
“ช่วยกรุณาถามท่านประยุทธ์ให้หน่อยว่าที่เป็นใหญ่มาทุกวันนี้โกงเขามาใช่ไหม ตำแหน่งก็โกง เลือกตั้งก็เอารัดเอาเปรียบคนอื่นมาทั้งชีวิต ยังไม่รู้จักพออีกหรือ หลักฐานก็ชัดๆ เห็นๆ กันอยู่ เมื่อโกงเองแล้วจะไปสอนคนอื่นไม่ให้โกงได้ยังไง ผมขอเสนอแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตผ่านการแก้ไข พ.ร.ป.การเลือกตั้ง 5 ข้อคือ 1.ยุบกกต. จังหวัด ใช้ครูอาจารย์เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง 2.ใช้ตำรวจ-ทหารเป็นผู้สืบสวนจับกุม 3.สลับตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ทำหน้าที่ที่อื่นชั่วคราวขณะเลือกตั้ง 4.เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เป็นพนักงานสอบสวน 5.เสียงไม่พอในสภาต้องหาซื้อเสียงมีคนมาติดต่อตนด้วย แต่ตนให้ส้นตีนพล.อ.ประยุทธ์ ทำงานมา 8 ปีแล้วร่างกายก็หมดสภาพ สภาพจิตใจก็หวั่นไหว ความรู้ก็ไม่มี ใช้ความรู้ระดับผู้บังคับกองร้อยกองพัน ความดีไม่ปรากฎ ประเทศชาติก็ถดถอย เศรษฐกิจก็ตกต่ำลงไปทุกปี พร้อมทั้งแซวว่าอยู่ในทำเนียบเปิดเพลงอย่ายอมแพ้ แต่ถ้านายกฯทำไม่ได้ ผมเสนอให้เปิดเพลงถอยดีกว่าแทน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดภาพเป็นรูปเชือกคล้องคอ(ผูกคอ)ในสภาปิดท้ายการอภิปรายให้กับนายกฯด้วย
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังการประชุมสภา ว่า ก็ไม่มีอะไร เป็นการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 152 รับฟังมา อันไหนที่มันไม่ใช่ก็ชี้แจงไป ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกมิติ ที่กล่าวมาทั้งหมดสถานการณ์ช่วงนี้มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ถ้าทุกคนช่วยกันทำเราก็พร้อมจะแก้ไข แต่อย่าบอกว่าไม่ได้แก้อะไรมาเลย อันนี้มันไม่ใช่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหารุนแรงเกินไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่หรอก ก็แล้วแต่เขา เมื่อถามย้ำว่า คำที่ฝ่ายค้านใช้รุนแรงไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ถามสังคมดูแล้วกัน สื่อว่าอย่างไร แรงหรือไม่ สังคมว่าอย่างไร ประชาชนว่าอย่างไร ใช่เวลาหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน
จากนั้น นายกฯ เดินลงจากโพเดียมแถลงข่าว โดยผู้สื่อข่าวพยายามถามต่ออีกว่า นายกฯ จะเปิดใจกว้างรับฟังเหมือนกับที่แจกหนังสือธรรมะให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ นายกฯ ปฏิเสธตอบคำถามพร้อมยกมือตัดบท และกล่าวระหว่างเดินว่า สบายใจ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ที่นายกฯระบุว่าฝ่ายค้านเป็นทศกัณฐ์ แล้วตัวนายกฯเป็นพระราม หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนว่า "อย่าให้พระราม แผลงศรบ่อยก็แล้วกัน”
จากนั้น นายกฯเดินขึ้นรถ และก่อนขบวนรถจะเคลื่อนออกไป ได้กดกระจกลงมาพูดกับผู้สื่อข่าวว่า “ไปช่วยกันฟังหน่อยว่าจริงหรือไม่จริง ที่เขาว่า ไปฟังข้าราชการชี้แจง”
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุในคลับเฮ้าส์ ว่าพรรคฝ่ายค้านไปคุยกับฝ่ายรัฐบาลและได้รับการฉีดวัคซีน 20-30 ล้าน และได้รับรายเดือน 2 แสนบาท ว่า เรื่องวัคซีนนายทักษิณ พูดมาหลายครั้ง ส่วนที่แนะนำเป็นประโยชน์ตนก็แนะนำมา ส่วนอันไหนที่จริงหรือเท็จก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วเป็นอย่างไร ที่บอกเป็นไปไม่ได้ก็แสดงให้เห็นแล้วและในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่จึงไม่ขอตอบโต้ใดๆ"
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวพยายามถามกระแสที่นายทักษิณระบุจะมีไฮแจ็คกลางสภา และนายอนุทินมีโอกาสเป็นนายกฯ คนต่อไป นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว พร้อมหันมาทางผู้สื่อข่าวและทำท่าเอามือปาดเหงื่อที่หน้าผาก
เมื่อถามถึงกรณีนายกฯ ยกตัวละครรามเกียรติ์ เปรียบว่าฝ่ายค้านเป็นทศกัณฐ์ ส่วนนายกฯเป็นฝ่ายพระราม พระลักษณ์ นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตนรับบทนางสีดา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลมองเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า นายศักดิ์สยามเลขาธิการพรรคกระซิบมาบอกตนว่าแน่นปึ้ก เพราะท่านเป็นคนดูกิจกรรมทางการเมืองของพรรค เมื่อถามย้ำว่า พุ่งเป้าจะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่ยกมือแสดงสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและโบกมือปฏิเสธ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยเนื้อหอมมีส.ส.สมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่ม ว่า เป็นวิถีทางการเมือง พรรคภูมิใจไทยก็เป็นพรรคการเมืองที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุส.ส.ฝ่ายค้านรับการฉีดวัคซีนจากรัฐบาล 20-30 ล้านโดส พร้อมรับเดือนละ 2 แสนกว่าบาท นายศักดิ์สยามหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า เรารับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว ไม่มีประเด็นอะไร เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณพูดอย่างนั้นเป็นเพราะอาจจะกลัวพรรคภูมิใจไทยดูดส.ส.พรรคเพื่อไทยมาหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ไม่หรอก ตนว่ามันเป็นวิถีทางการเมือง เพราะเราดูวิวัฒนาการทางการเมืองของแต่ละพรรค เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าหรือไม่ว่าจะเป็นพรรคขนาดใหญ่ เลขาฯพรรคภูมิใจไทย ตอบว่า ตนพูดตั้งแต่เข้าสู่การเลือกตั้งปี 2562 แล้วว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลทั้งนั้น เพียงแต่ผู้ตัดสินคือประชาชน
เมื่อถามว่า สนามเลือกตั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยหวังแค่ไหน นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เอาการเลือกตั้งปี 2562 ให้จบก่อน ซึ่งนายกฯเป็นคนทำงานหนัก เราก็จะสนับสนุนนายกฯ เชื่อว่าครบเทอม เพราะเท่าที่ดูจากความเป็นจริงเสถียรภาพของรัฐบาลมีสูง หลายเรื่องเวลานำเสนอข่าวเสนอตัวเลขขึ้นมาแล้วบวกกันเป็นเชิงคณิตศาสตร์อย่างเดียว ไม่ได้ดูเรื่องข้อเท็จจริงจึงอาจจะไม่เห็นว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพแต่ที่นายกฯกับพรรคร่วมมีการพูดคุยกันอยู่เป็นประจำซึ่งจะเห็นว่ามีความมั่นคงและมีเสถียรภาพไม่เห็นมีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้หลายฝ่ายพุ่งเป้ามาที่พรรคภูมิใจไทยว่าเป็นตัวแปรสำคัญของเสถียรภาพรัฐบาล เลขาฯพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่หรอก ตนคิดว่าทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลมีเป้าหมายเดียวกัน คือการรักษา เสถียรภาพรัฐบาลและตนคิดว่าเรื่องนี้ก็สำคัญ ที่รัฐบาลเรามีเสถียรภาพและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ในการนำนโยบายที่ประกาศกับประชาชน มาทำงานให้ได้