"ศักดิ์สยาม”นำทีมแจงนโยบายข้าว-กัญชาเสรีทำได้จริง อ้อนปชช.เลือกภท.เยอะๆ

การเมือง22 ก.พ. 2562 • 16:54 น.
"ศักดิ์สยาม”นำทีมแจงนโยบายข้าว-กัญชาเสรีทำได้จริง อ้อนปชช.เลือกภท.เยอะๆ
“ศักดิ์สยาม”ดาหน้าแจงนโยบายข้าว-กัญชาเสรีทำได้จริง  ชงลดภาษีจาก 7% เหลือ 5%  หวั่นนายทุนผูกขาด-ปชช.ซื้อยาแพง มั่นใจแนวทางอ้อยน้ำตาลใช้กับข้าวได้ ไม่ทำคนไทยกินข้าวแพง เหตุเป็นสินค้าควบคุม โต้โพล“อนุทิน”คะแนนนิยมรั้งท้าย บอกรอดูวันเลือกตั้ง ด้าน“เศรษฐพงค์”เผย “เสี่ยหนู”สั่งผู้สมัครเปลี่ยนรูปโปรไฟล์สร้างภาพจำ-ตอกย้ำใกล้ชิดปชช. เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.), พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรค และ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงนโยบายเรื่องข้าว และเรื่องกัญชาที่กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ว่าอาจทำให้ข้าวสารมีราคาแพง และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่านโยบายดังกล่าวทำไม่ง่าย ยืนยันว่านโยบายต่างๆของพรรคภท.ทั้ง 12 ด้านของพรรคได้ศึกษาและวิจัยตามหลักวิชาการแล้ว โดยนายศักดิ์สยาม กล่าวยืนยันว่า นโยบายทั้ง 12 ด้านของพรรคได้ศึกษาและวิจัยตามหลักวิชาการแล้ว โดยเฉพาะเรื่องราคาข้าวสารไม่แพงแน่นอน เพราะกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการควบคุมราคาข้าวสาร และตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 /2562 ได้จัดให้ข้าวอยู่ในสินค้าควบคุม นอกจากนี้ ระบบข้าวกำไรแบ่งปันของใช้รูปแบบเดียวกับกฎหมายอ้อยและน้ำตาลที่ดำเนินการมาแล้ว 35 ปี  ทำให้ชาวไร่อ้อยได้กำไรถึง 70เปอร์เซ็นต์ ขณะที่โรงงานและผู้ส่งออกน้ำตาลได้กำไรจากส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น หากนำแนวทางมาใช้กับข้าว ชาวนาจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน โดยชาวนาจะได้ส่วนแบ่ง 75% โรงสี 10%และผู้ค้าข้าวได้ 15%  นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายกัญชาเสรีเดิมกำหนดให้กัญชาเป็นสิ่งเสพติด แต่ปัจจุบันรัฐบาลแก้ไขกฎหมายให้ใช้ทางการแพทย์และการพาณิชย์ แต่พรรคได้ศึกษาต้นแบบที่ประสบความสำเร็จจากมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยการใช้กัญชาเพื่อ 3 วัตถุประสงค์ คือ1.เพื่อการแพทย์ 2.เพื่อการพาณิชย์ และ 3.ประชาชนสามารถปลูกได้ 6 ต้น/ครอบครัว จึงได้นำโมเดลดังกล่าวมาทำเป็นนโยบาย พร้อมเสนอเป็นร่างกฎหมาย โดยเสริมเรื่องที่ 4 คือแพทย์แผนไทย ดังนั้นหากพรรคได้เป็นรัฐบาล จะแก้กฎหมายและผลักดันทั้ง 4 แนวทางให้เป็นความจริง ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ประเทศปีละประมาณ 303,000 ล้านบาทแน่นอน   โดยไม่ต้องกู้เงิน ไม่ต้องขึ้นภาษี หรือขายพันธบัตร ส่วนเงินอีก 200,000 ล้านบาท จะนำไปลดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)จาก 7เปอร์เซ็นต์ เหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการลดรายจ่ายของประชาชน และทำให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้มากขึ้น  “ข้อกังวลของนายวิษณุที่ระบุว่าเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องสรรหาสายพันธุ์ที่ดี และมีราคามาให้ประชาชนเพาะปลูก เช่นเดียวกับการหาพันธุ์ข้าวที่รัฐบาลต้องควบคุม ไม่ใช่การต้มแกงไก่ที่จะใช้สายพันธุ์อะไรก็ได้ หากกฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลบังคับใช้จะส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตยามีโอกาสครอบงำและผูกขาดธุรกิจกัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ประชาชนจะเสียโอกาสในการสร้างรายได้ รวมทั้งยังต้องเสี่ยงซื้อยาที่มีราคาแพง เช่น น้ำมันแคนนาบิไดออล (CBD Oil) ที่สกัดจากพืชกัญชา ซึ่งมีราคาแคปซูลละ 3,000 บาท และผมเชื่อว่านายทุนเหล่านั้นจะไม่ลดราคาให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายอย่างแน่นอน”นายศักดิ์สยาม กล่าว   เมื่อถามถึงโอกาสในการผลักดันนโยบายกัญชาเสรีให้เป็นผลสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน  นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน หากเห็นด้วยก็เลือกพรรคภูมิไทยใจมาก หากพรรคได้เป็นแกนนำรัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้ทันที หรือหากใครจะดึงเราไปร่วมรัฐบาลก็ต้องรับนโยบายทั้ง 12 ด้านไปปฏิบัติ หากไม่รับเราก็ไม่ร่วม เมื่อถามต่อว่าจากโพลหลายสำนัก พบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ไม่ติดอยู่ในอันดับความนิยม นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะได้ทำงานให้หนักขึ้น แต่อยากให้ดูวันที่ 24 มี.ค.ว่าสุดท้ายผลจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนกรณีที่ระบุว่านายอนุทินไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมานายอนุทินเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนและกล่าวปราศรัยในเวทีต่างๆ ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี  ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า ใกล้ถึงวันเลือกตั้งสถานการณ์การเมืองก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น  ที่ผ่านมา เราจะเห็นการใช้เกมใต้ดินต่างๆ ในทางการเมืองเข้ามาทำลายล้างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใส่ร้าย ให้ข่าวโจมตี หรือการทำลายป้ายหาเสียง แต่พรรคไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป แต่หัวหน้าพรรคได้กำชับให้ลูกพรรคทุกคนเร่งลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรค และแนะนำผู้สมัครให้ประชาชนในพื้นที่ได้รู้จักมากที่สุด ซึ่งการให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผู้สมัคร และนโยบายของพรรค จะเป็นส่วนช่วยให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจลงคะแนนได้ นอกจากนี้นายอนุทินยังได้ให้ลูกพรรคทุกคนให้ใช้ตรา(Logo) นำมาเป็นภาพโปรไฟล์ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนจดจำพรรคภท.ได้ และสื่อให้เห็นว่าพรรคภท.อยู่กับประชาชนในทุกที่