“เลขาฯปปช.” ปลุกทุกภาคส่วน กล้าชนทุจริต ชี้ “คอร์รัปชั่น” กระทบความมั่นคงประเทศ

การเมือง13 ก.พ. 2566 • 16:54 น.
“เลขาฯปปช.” ปลุกทุกภาคส่วน กล้าชนทุจริต ชี้ “คอร์รัปชั่น” กระทบความมั่นคงประเทศ

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.พ. 66 ที่ห้องจามจุรีบอลรูม โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส สำนักข่าวอิศรา Investigative news of thailand จัดงานครบรอบ 12 ปี โดยมีนายมานิจ สุขสมจิตร ประธานมูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

จากนั้นจึงมีการปาฐกถาเรื่อง บทบาทข่าวสืบสวนในการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา และ เรื่องอนาคตและทิศทางข่าวสืบสวนโลก โดยนางปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง สื่อมวลชนอิสระ 

ต่อมา ได้มีการเสวนา ในหัวข้อ “สังคายนานโยบายปราบคอร์รัปชัน : ข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ วิทยากร” โดยมี นายนิวัตไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแเผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ร่วมเสวนา และดำเนินรายการโดย นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

โดยในตอนหนึ่ง นายนิวัติไชยกล่าวถึงต้นตอของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ถูกถามว่ามาจากราชการไปสู่เอกชนหรือเอกชนมาสู่ราชการ ว่า ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หากถามว่า ระหว่างคนให้กับคนรับ อะไรเกิดก่อนกัน ตนคิดว่าสิ่งนี้เกิดจากกิเลสของคน คือความอยากได้ ความต้องการ หรือผลประโยชน์ที่ได้จากภาครัฐ เพราะฉะนั้น เขาต้องซื้อตัวผู้ปฏิบัติงาน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่พรรคการเมืองหลายพรรคก็ถูกสนับสนุนจากภาคธุรกิจ นี่เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ปัญหาทั้งสองฝ่าย ไก่กับไข่ที่ยังเป็นปัญหา และยังวนเวียนกันอยู่ 

นายนิวัติไชยยังกล่าวถึง ขั้นตอนกระบวนการการจับกุมและการตรวจสอบ ว่า ต้องแบ่งเป็นสองภาค คือ ระดับมหภาคที่มีนักการเมืองใหญ่ๆเข้ามาลงทุนทางการเมือง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากการทำหน้าที่บริหาร ส่วนระดับล่าง หรือกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ วันนี้ ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบ ไต่สวน และติดตามเอาทรัพย์สินคืนสู่แผ่นดิน งบประมาณที่เราได้รับยังไม่ถึงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรานำกลับมาได้ ภาครัฐยังให้การสนับสนุนในเรื่องการลงทุนในการปราบปรามการทุจริตน้อย ประเด็นที่สำคัญ คือนโยบายของรัฐบาลเอาจริงเอาจังหรือไม่ หรือกลัวว่าถ้าปราบปรามไปแล้วมันจะส่งผลกระทบหรือสะท้อนกลับมาที่ตัวเอง

นายนิวัติไชย กล่าวทิ้งท้ายว่า เราต้องสร้างความรู้ใหม่ให้กับประชาชน ให้เขาได้ตระหนักถึงพิษภัยจากการทุจริตคอร์รัปชัน ประชาชนต้องกล้ากว่านี้ พร้อมที่จะปกป้องประเทศ พร้อมที่จะให้ข้อมูลข่าวสาร สิ่งนี้เป็นอุปสรรค เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือเรื่องเศรษฐกิจ เขาสนใจเรื่องปากท้องมากกว่า เขาไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่รับรู้ถึงการทุจริตเองก็ยังมีน้อยคนที่จะออกมาพูด ทุกคนต้องมีบทบาท ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน