"เศรษฐา" ฝาก 8 พรรคร่วมฯคิดช่วยดัน "ก้าวไกล" มาสุดทางหรือยัง เดินหน้าต่อตัดม.112 ทิ้งถึงจะได้เสียงสว.-สส.หรือไม่

การเมือง20 ก.ค. 2566 • 07:54 น.
"เศรษฐา" ฝาก 8 พรรคร่วมฯคิดช่วยดัน "ก้าวไกล" มาสุดทางหรือยัง เดินหน้าต่อตัดม.112 ทิ้งถึงจะได้เสียงสว.-สส.หรือไม่

วันที่ 20 ก.ค.2566 ที่พรรคเพื่อไทย(พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยต่อจากนี้ว่า วันนี้จะมีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่าวันนี้จะชัดเจนหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะชื่อนายเศรษฐาและพรรคร่วมจะมีใครบ้าง นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องขอหารือก่อน

เมื่อถามว่า เสียงส.ว.ชัดว่าไม่เอาพรรคก้าวไกลการตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยจะยังมีพรรคก้าวไกลอยู่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า  ต้องให้ตัวแทนเจรจาไปเจรจากัน แต่ทิศทางมาอาจจะเป็นในทิศทางนั้น ปัจจุบันเรายังมีข้อตกลงระหว่าง 8 พรรคอยู่ ต้องพูดคุยให้เกียรติทั้ง 8 พรรคที่เข้าร่วมเจตนารมณ์กันมา

เมื่อถามว่าตอนนี้ชื่อนายเศรษฐาเป็นแรกในการเสนอโหวตนายกฯส่วนตัวพร้อมหรือไม่นายเศรษฐา กล่าวว่า รายชื่อที่ถูกเสนอให้เป็นแคนดิเดตนายกฯมี 3 ชื่อ ต้องรอกรรมการบริหารเป็นคนเคาะ ถามย้ำว่ารู้หรือไม่ว่าน้ำหนักชื่อเทมาทางนายเศรษฐา  นายเศรษฐา กล่าวว่า  คงเป็นไปในลักษณะนั้นแต่ยังมีแคนดิเดตอีกหลายคน จากหลายพรรค ซึ่งเชื่อว่าหลายท่านก็มีความพร้อม

เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดรัฐบา 8 พรรคร่วมยังเหนียวแน่นกันอยู่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ณ จุดนี้ยังเป็นแบบนี้อยู่ไปจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลง ขณะนี้ยังไม่มีการไปพูดคุยกันมากว่านั้น เชื่อว่าคณะเจรจาคงจะหารือในเร็ววันนี้ คงจะมีแนวทางในการร่วมงานต่อไปอย่างไร ในด้านแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่จะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ส่วนการผลักดันนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล ของ 8 พรรคร่วมถือว่ามาถึงที่สุดแล้วหรือไม่นั้น ตามที่ฟังดูทางด้านกฎหมายน่าจะเป็นแบบนั้น

“เรื่องการโหวตนายกฯเพียงครั้งเดียวก็ถือว่าเป็นบรรทัดฐานหนึ่ง ผมคิดว่าการเสนอชื่อนายกฯครั้งต่อไปต้องคิดให้ดี ต้องมีการเจรจาให้เหมาะสม” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่ามองว่าควรต้องเป็นในทิศทางใด นายเศรษฐา กล่าวว่าตนต้องให้เกียรติทางคณะเจรจาฯ เนื่องจากตนไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา

เมื่อถามว่า เรื่องมาตรา112ดูจะเป็นอุปสรรคในสภาฯ หากครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีสิทธิ์เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะทำอย่างไรไม่ให้เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหา และสามารถได้รับคะแนนเสียงในการโหวต นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่าชัดเจน พรรคที่จะเสนอชื่อนายกฯครั้งต่อไป เรื่องมาตรา112 ต้องไม่อยู่ในการแก้ไขหรือยกเลิก ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากส.ว. และอีกหลายพรรคการเมือง

เมื่อถามว่า มีวิธีไหนที่จะทำให้มาตรา 112ไม่อยู่ในเงื่อนไขให้คนเข้าใจเพื่อไทยและก้าวไกลมากที่สุดว่าไม่หักกับพรรคก้าวไกล นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคงพูดแทนพรรคก้าวไกลไม่ได้แต่พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกันชัดเจนถ้าเกิดเราจะเป็นแกนนำ เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันแต่จะถกเถียงกันอย่างไรนั้นไม่แน่ใจ เพราะตนไม่ได้อยู่ในวงเจรจา แต่ถ้าถามตนส่วนตัวหากมีมาตรา 112 ก็คงไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย

เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีโอกาสที่จะได้พรรคร่วมเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่เพื่อเติมเสียวให้พอในการโหวตเลือกนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างล้ำหน้าไปหน่อย ต้องให้เกียรติทั้ง8พรรคร่วมฯก่อนที่มีเสียงรวมกันเยอะอยู่แล้ว ยืนยันว่าหากกรรมการบริหารพรรคมีมติอย่างไร หรือพรรคร่วมจะเป็นแบบไหน ตนก็จะมีทิศทางไปในแนวทางเดียวกัน

“ส.ว.250เสียงถือว่าเป็นภาคส่วนที่สำคัญมากที่จะนำมาหนุน เพื่อให้ได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯ ผมรู้จักส.ว.เพียง1-2ท่าน ถ้าถามว่าจะต่อสายคุยส.ว.ได้หรือไม่ ผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่องของหลักการ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ถ้าหลักการตกลงกันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีจากส.ว. วันนี้เราอย่าเพิ่งข้ามขั้นดีกว่า เรายังมีเอ็มโอยูอยู่” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่าเกมทุกอย่างบีบให้พรรคเพื่อไทยต้องข้ามขั้วหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ถ้าตนต้องตอบคำถามนี้ ยังไงมันก็คิดอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่โจทย์ซับซ้อน แต่เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ กรรมการบริหารพรรค ทีมเจรจา จะต้องเจรจา และพิจารณาให้ดี ส่วนตนเป็นแคนดิเดตนายกฯมีหน้าที่ต้องทำคือเตรียมพร้อมดูแลด้านเศรษฐกิจ ที่ได้รับมอบหมายจากพรรค

“ผมคิดว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่า ยังมีอีกหลายวัน 8พรรคยังอยู่ด้วยกัน การที่จะมีการเปลี่ยนแปลง ข้ามขั้ว เอาพรรคอื่นมาเสริม ต้องให้เกียรติกับผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ไปเจรจา ผลการโหวตล่าสุดที่ผ่านมา ถือว่าน่าผิดหวัง แต่ก็ต้องเดินต่อไป” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่าจะจับมือกับพรรคก้าวไกลจนสุดทางหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าสุดทางคืออะไร สุดทางนี้คือการที่พรรคก้าวไกล ไม่สามารถเสนอชื่อนายกฯได้แล้ว นี่ถือว่าสุดทางหรือไม่ ก็ต้องฝากไปยังคณะเจรจาทั้ง8พรรคฯ ว่าสุดทางหรือยัง ถ้าเกิดสุดทางแล้วต้องพิจารณาว่าพรรคที่มีคะแนนลำดับ2 จะได้รับการมอบหมายหรือไม่ จะตกลงกันได้หรือไม่ ก็อยากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เพราะอย่างไรเราก็ร่วมอุดมการณ์กันอยู่ดีที่อยากให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า

เมื่อถามว่าหากการโหวตนายกฯยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ จำเป็นต้องหักกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า คณิตศาสตร์เบื้องต้นลองนับดู ตนคิดว่าทุกคนรู้อยู่ อย่าให้ตนตอบคำถามนี้เลยดีกว่า