“กมธ.กฎหมายฯ” ส่งข้อห่วงใยถึง “นายกฯ” ปมพ.ร.บ.อุ้มหายฯ บังคับใช้ไม่ทัน 22 ก.พ. นี้

การเมือง19 ม.ค. 2566 • 10:30 น.
“กมธ.กฎหมายฯ” ส่งข้อห่วงใยถึง “นายกฯ” ปมพ.ร.บ.อุ้มหายฯ บังคับใช้ไม่ทัน 22 ก.พ. นี้

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 19 ม.ค. 66 ที่รัฐสภา นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมกมธ. เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า กมธ.พิจารณาแล้วเห็นว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ถือเป็นการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนเป็นการกำหนดมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ.

นายอาดิลัน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการประชุมคณะอนุกมธ.ศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในกมธ.การกฎหมายฯ ร่วมกับผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงกลาโหม และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้แจ้งว่ามีความพร้อมให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้

นายอาดิลัน กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าสตช.ได้มีหนังสือแจ้งปัญหาขัดข้องในการปฎิบัติตามพ.ร.บ.ดังกล่าวฯ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ฉะนั้น กมธ.จึงมีข้อห่วงใยในกรณีดังกล่าวโดยขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการบังคับใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวฯ ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด 

โดยในวันนี้ทาง กมธ.ได้ส่งหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงข้อกังวลว่าพ.ร.บ.ดังกล่าวอาจจะบังคับใช้ไม่ทันภายในวันที่ 22 ก.พ.

ด้าน นายกมลศักดิ์ กล่าวเสริมว่า กฎหมายฉบับนี้กว่าจะผ่านสภาใช้เวลายาวนานมาก แต่เมื่อใกล้จะประกาศใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานเดียวกลับขอชะลอเวลา กรรมาธิการฯ ได้ประชุมแล้ว เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ทำให้ขยายเวลาได้ แม้จะออกเป็นพ.ร.ก. ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. เป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า พ.ร.ก. อีกทั้งเหตุผลที่อ้างมา ยังไม่เข้าองค์ประกอบของการออก พ.ร.ก.แต่อย่างใด

เมื่อถามว่า อนุกมธ.ได้แนะนำสตช.อย่างไรบ้างหรือไม่ นายอาดิลัน กล่าวว่า มีการพูดถึงงบประมาณที่ต้องใช้ ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งงบประมาณที่จำเป็น เบื้องต้นประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท สำหรับการซื้อและติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมถึงกล้องสำหรับเจ้าพนักงาน และกล้องที่ติดตามสถานที่ที่จำเป็นของสถานีตำรวจ ส่วนอสส. และกระทรวงมหาดไทย จำเป็นต้องใช้ประมาณ 100 กว่าล้านบาท เบื้องต้นในที่ประชุมมีความเห็นว่า ควรต้องขออนุญาตใช้งบกลาง สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนี้ โดยทุกหน่วยงานรับทราบว่าจะต้องไปปฏิบัติอย่างไร 

นายอาดิลัน กล่าวต่อว่า ในส่วนของกล้องติดตามตัวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกังวลนั้น แม้กฎหมายฉบับนี้จะกำหนดว่าให้ต้องบันทึกภาพเสียงทันที ตั้งแต่เป็นการควบคุมตัว จนกระทั่งปล่อยตัวกลับ หรือนำส่งพนักงานสอบสวน แต่กรณีความผิดซึ่งหน้า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทาง แล้วอาจไม่ต้องบันทึกภาพเสียงก็ได้ เพราะเป็นเหตุจำเป็น มีข้อยกเว้นตามกฎหมายอยู่แล้ว