“ธรรมนัส”อุบนั่งแคนดิเดตนายกฯ ฟาดแรงผู้นำถ้าทำไม่ได้อย่าคิดเป็น เตรียมใช้ถิ่นเก่า"พปชร."เป็นที่ทำการพรรค

การเมือง10 มิ.ย. 2565 • 16:34 น.
“ธรรมนัส”อุบนั่งแคนดิเดตนายกฯ ฟาดแรงผู้นำถ้าทำไม่ได้อย่าคิดเป็น เตรียมใช้ถิ่นเก่า"พปชร."เป็นที่ทำการพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เปิดเผยภายหลังได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ว่า สำหรับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นคนเดิมแต่มีการเพิ่มเติม ส.ส.เข้ามาบางส่วน รวมถึงนายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี และ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินที่จะเข้ามารับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค 

 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ภารกิจแรกคือการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 ซึ่งพรรคส่งนายวัฒนา สิทธิวัง ที่โดนใบเหลือง ลงเลือกตั้งอีกครั้งในฐานะแชมป์เก่า และครั้งนี้จับได้เบอร์ 3 จึงได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการแสดงสัญลักษณ์เบอร์ 3 เพราะต้องการทำให้เกิดความปรองดองในสังคมเป็นที่ตั้ง ซึ่งการหาเสียงครั้งนี้อาจจะแสดงสัญลักษณ์ผมรักคุณ หรือการชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการไปข้างหน้ด้วยกัน เพราะใช้บ่อยในช่วงปราศรัยหาเสียง 

 

“ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรีได้ทำอะไรให้กับชาวลำปางเขต 4 ไว้เยอะพอสมควร เป็นที่ชัดเจนว่าเราเน้นประโยชน์ประชาชนโดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ผลงานประจักษ์ชัดเจน เชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของผม เศรษฐกิจไทย สามารถชนะใจชาวลำปางเขต 4 ทั้ง 5 อำเภอได้” ร.อ.ธรรมนัส

 

เมื่อถามว่าพรรคเศรษฐกิจไทย ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส ที่เป็นหัวหน้า จะแตกต่างจากเดิมอย่างไรร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีเพียงแค่การเปลี่ยนหัวหน้าจาก พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มาเป็นตน ส่วนเลขาธิการพรรคก็เปลี่ยนจากตนเป็นนายไผ่ ลิกค์ ส่วนที่เหลือเหมือนเดิม ดังนั้นอุดมการณ์กำหนดชัดเจนอย่างที่แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ว่า หลักของเราคือเราอยู่ข้างประชาชน สิ่งไหนทำแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชน เราสนับสนุน แต่สิ่งไหนทำแล้วเกิดความเสียหายกับประชาชน เราคัดค้านทุกกรณี

 

“ผมได้ประกาศกับสมาชิกพรรคไปแล้ว จากนี้เราจะมีความเป็นเอกภาพในการทำงาน อะไรก็ตามที่ทำเพื่อชาติและประชาชนก็จะมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า หลังจากนี้สิ่งที่ต้องคิดและต้องทำให้ได้คือ การทำงาน เพื่อให้ ส.สมัยนี้ต้องกลับมาเป็น ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้ ส่วนแนวทางการทำงานที่เหลือเป็นหน้าที่กรรมการบริหารพรรคและกรรมการยุทธศาสตร์พรรคที่จะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป 

 

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการเปิดตัวทีมเศรษฐกิจว่า ตนมีความมั่นใจว่า ภายใต้การนำของตน รวมถึงกรรมการบริหารพรรคหลายคนได้ทาบทามผู้ที่มีองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจการเงินการคลัง แล้วรับปากกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ยังยืนเหมือนเดิมว่าจะเดินไปด้วยกัน แม้ว่าบางท่านจะเดินไปในทิศทางของท่านไปแล้วแต่ก็ยังมีหลายท่านมีอุดมการณ์ร่วมกันที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน

 

เมื่อถามถึงสาเหตุที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ตัดสินใจไม่มาร่วมงานกับพรรคเศรษฐกิจไทย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวยืนยันว่า ตนเป็นผู้คุยกับนายมิ่งขวัญเยอะที่สุด ท่านมีอุดมการณ์ของท่าน และท่านอยากทำการเมืองของท่านเอง เราก็เคารพในการตัดสินใจ ไม่ได้หมายความว่าเราแยกกันเดิน แต่การเมืองเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังมีอีกมากที่เราจะต้องเดินด้วยกันต่อไป 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเศรษฐกิจไทยจะเลือกใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน ยังยืนยันว่าต้องเคมีตรงกัน” 

 

เมื่อถามย้ำว่า ร.อ.ธรรมนัสจะนั่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “ผมกราบเรียนเลยว่า ผมมีคนในใจของผม แต่ผมจะต้องคุยกับกรรมการบริหารพรรคก่อน”

 

เมื่อถามย้ำอีกว่าจะไม่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเองใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบกลับทันทีว่า “ผมไม่พูดเวลานี้ดีกว่า คำพูดคือนายคน พูดแล้วทำไม่ได้ เดี๋ยวเสียคน”

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหากพรรคเศรษฐกิจไทยมีทิศทางตรงกันที่ต้องการให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะตอบรับใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “การเป็นผู้นำประเทศมีหลายปัจจัย สำคัญสุดคือเราทำได้หรือไม่ ทำไม่ได้ อย่าคิดไปเป็น จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย”

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามอีกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เป็นเรื่องพรรคอื่น ไม่อาจแสดงความเห็นได้ เราต้องพูดในนามเศรษฐกิจไทย 

 

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเปิดเผยด้วยว่า พรรคเศรษฐกิจไทย เตรียมย้ายที่ทำการพรรคจากอาคารยูทาวเวอร์ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง ไปยังอาคารปานศรี ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งเป็นที่ทำการพรรคเดิมของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากที่อาคารยูทาวเวอร์ ระยะทางไกล และรถติด ทั้งนี้ ที่อาคารปานศรีเป็นที่เก่าของเขา แต่เป็นที่ใหม่ของเรา ตอนนี้กำลังตกแต่งอยู่ กำลังขนเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าไป และถือว่ามีฮวงจุ้ยที่ดี เพราะได้ ส.ส.ถึง 120 คน ไม่อยากย้ายไปอยู่แถวหน้าศาลเพราะเดี๋ยวต้องขึ้นศาลบ่อย และมีอุบัติเหตุบ่อย แต่ที่อาคารยูทาวเวอร์ก็ยังอยู่ โดยจะใช้ในการประชุมใหญ่ๆ

 

ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร กล่าวภายหลังได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทยว่า ต้องขอบคุณหัวหน้าและสมาชิกพรรคที่ให้โอกาสมาทำงานตรงนี้ ส่วนตัวไม่รู้สึกกดดัน เพราะเราสู้กันมาตลอด ยืนยันจุดเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็ทำงานกันต่อไป

 

เมื่อถามว่าเลขาธิการพรรคจะเป็นกาวใจให้กับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ นายไผ่ ตอบว่า ตนทำงานมาตลอด ไม่ได้หนักใจอะไร สมัยก่อนก็เป็นรองเลขาธิการพรรคอยู่แล้ว เราก็ทำงานเหมือน รวมถึงการประสานงานพรรคอื่น ก็ทำอยู่แล้ว จากนี้ก็ทำต่อ