"เศรษฐา" คุยผู้ประกอบการแท็กซี่ฟังปัญหา ประกาศกลางวงจะไม่ยก "ก.คมนาคม" ให้ใครมีนโยบายต้องสานต่อ

การเมือง7 พ.ค. 2566 • 19:25 น.
"เศรษฐา" คุยผู้ประกอบการแท็กซี่ฟังปัญหา ประกาศกลางวงจะไม่ยก "ก.คมนาคม" ให้ใครมีนโยบายต้องสานต่อ

วันที่ 7 พ.ค.2566) แกนนำเพื่อไทยนำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย , นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร, นายดนุพร ปุณณกันต์ รองประธานรณรงค์หาเสียงพื้นที่กรุงเทพมหานคร, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย,  นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พบปะผู้ให้บริการรถแท็กซี่และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และรับฟังการสะท้อนประเด็นปัญหาค่ารถแท็กซี่ขั้นต่ำ และระบบการขนส่งสาธารณะ

โดยตัวแทนของกลุ่มสหรณ์แท๊กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ได้ผลัดเปลี่ยนกันสะท้อนปัญหา โดยปัญหาหลักคือการมีคู่แข่งเป็นแอพลิเคชั่น การที่คนขับแท๊กซี่ไม่มีรัฐสวัสดิการรองรับ สิทธิ 30บาทต้องใช้เพียงในจังหวัดตามภูมิลำเนา

ประธานกลุ่มสหกรณ์แท๊กซี่กล่าวว่า หลังจากวิกฤติโควิด 19 กลุ่มคนขับแท๊กซี่พบเจอปัญหามากมาย ทั้งคนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟแนนซ์ ไม่มีหน่วยงานไหนเหลียวแล จนมีข่าวแท๊กซี่ฆ่าตัวตายรายวัน น่าเสียดายที่สี่ปีที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะตนเชื่อว่าหากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาทางตนและสหกรณ์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของนายกทักษิณ และในรัฐบาลของนายกยิ่งลักษณ์มาโดยตลอด เช่นการประมูลการนั่งรถแท๊กซี่ที่ขับโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น เพื่อนำเงินมาก่อตั้งกองทุนให้กับสหกรณ์ผู้ขับรถแท๊กซี่

"อีกทั้งในเรื่องของพลังงาน ที่ค่าน้ำมันค่าแก๊สแพงขึ้น แต่ค่ามิเตอร์ของแท๊กซี่ยังคงเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่าเดิมมา 10 ปี ทำให้ผู้ขับแท๊กซี่ขาดทุน จากที่เคยขับแท๊กซี่วันละ 8 ชั่วโมงก็มีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันต้องขับแท๊กซี่ถึง 15 ชั่วโมงต่อวันเพื่อมีรายได้เพียงพผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยจะได้รับชัยชนะและจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอนจึงอยากฝากปัญหาทั้งหมดดังกล่าวให้ทางพรรคเพื่อไทยนำไปแก้ไขเชิงนโยบาย"
​​​​​​​
นายเศรษฐา กล่าวว่า แท็กซี่ถือเป็นกลไกเศรษฐกิจที่สำคัญ กระทบกับการท่องเที่ยว ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ หลังเลือกตั้ง ทางพรรคเพื่อไทยจะส่งคณะทำงานด้านคมนาคมกลับมารับฟังปัญหาของทางกลุ่มแท๊กซี่อีกครั้ง โดยทางพรรคเพื่อไทยจะมีข้อเสนอการยกระดับและพัฒนา การบริการดีขึ้น รถสะอาดขึ้น สนับสนุนให้มีการใช้รถ EV เพื่อลดปัญหาทางด้านพลังงาน และข้อจำกัดของการลงทะเบียนของรถแท๊กซี่อีกด้วย ทั้งนี้เราจะมีการพูดคุยกับธนาคารออมสินเรื่องติดบูโร รวมไปถึงการแก้ไขระบบมิเตอร์ของแท๊กซี่ให้มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น อาทิ 1. สวัสดิการ ทำอาชีพสุจริตมาตลอด ก็ต้องมีการดูแล 2. อัตราการเก็บค่าบริการ ซึ่งเชื่อมโยงกับป้ายดำ แอพที่จะทำให้เข้ามาเกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน การแข่งขันต้องมีความเป็นรรม เข้าถึงได้ทุกคน 3. เรื่องคุณภาพ สเปคของรถ ที่จะนำมาใช้เป็นแท็กซี่ 4. เรื่องพลังงานที่ไท่ใช่ปัญหาของ แท็กซี่อย่างเดียว แต่เป็นปัญหาของพี่น้องทุกคน เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นรากฐานของปัญหา 5. NPL แหล่งเงินทุน ซึ่งเกิดจากโควิด โดยไม่อยากให้ยึดแท็กซี่ เพื่อให้มีทำมาหากิน

ช่วงหนึ่ง ตัวแทนของกลุ่มสหรณ์แท๊กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ถามว่า ถามคุณตรงนี้เลย ว่าถ้าเพื่อไทยตั้งรัฐบาล คุณจะเอากระทรวงคมนาคมให้พรรคอื่นหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ผมลงพื้นที่หาเสียงมา 60 กว่าวัน เป็นไข้มา 10 กว่าวัน กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงสำคัญ เรามีนโยบายที่จะผลักดัน ผมพูดตรงๆ เราจะไม่ยกให้ใคร” ทำให้ตัวแทนของกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ปรบมือให้ นายเศรษฐา ดังลั่นห้อง