"บิ๊กตู่" ทักทายสื่อยามเช้า ก่อนทดลองขับเคลื่อนหุ่นยนต์ตรวจการณ์ขนาดพกพา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 มี.ค. 66 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯกล่าวทักทายสื่อมวลชนว่า "สวัสดีนะครับทุกคน มอร์นิ่ง"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีที่ลาการประชุมครม. 6 คน ประกอบด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทองรมว.ศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ก่อนการประชุมครม. พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ชูชาติบัวขาว ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พล.อ.จิรวิทย์ เดชจรัสศรี ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร พล.ท.พรมงคล พึ่งเสมา ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ และพ.อ.ชัชพงษ์ พันธุ์พยัคฆ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากิจการ เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดนิทรรศการ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
โดยนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) บูรณาการขีดความสามารถ โดยได้ทำการวิจัย พัฒนาและผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สามารถนำมาทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ และนำไปใช้งานจริง
โอกาสนี้นายกฯ ได้ทดลองขับเคลื่อนหุ่นยนต์ตรวจการณ์ขนาดพกพา รุ่นหนูนา เวอร์ชั่น 4 และหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด รุ่นดิเอ็มไพร์ เวอร์ชั่น 4 พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนาการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำมาป้องกันประเทศ และสามารถนำมาทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ และนำไปใช้งานได้จริงในกองทัพด้วยราคาที่ต่ำกว่าการจัดซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ และคิดค้นผลิตภัณฑ์ ผลงานวิจัย ที่ช่วยสร้างผลผลิตและนำไปใช้ในงานด้านการป้องกันประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ จะต้องเสริมสร้างการวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และมิตรประเทศ ในการสร้างองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธภัณฑ์ พร้อมทั้งส่งเสริมนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยหน่วยงานภาครัฐต่อไป