รัฐสภาเดือด.!! "วิรัช"สั่งจนท.จัดการม็อบห้ามเข้าใกล้รัฐสภาเกิน 50 ม.ทันที  "หมอชลน่าน"ไล่ยุบสภาถ้าใช้ความรุนแรง "ชัยวุฒิ"เหน็บ"อมรัตน์"ออกไปเจรจาม็อบ

การเมือง17 พ.ย. 2563 • 16:07 น.
รัฐสภาเดือด.!! "วิรัช"สั่งจนท.จัดการม็อบห้ามเข้าใกล้รัฐสภาเกิน 50 ม.ทันที  "หมอชลน่าน"ไล่ยุบสภาถ้าใช้ความรุนแรง "ชัยวุฒิ"เหน็บ"อมรัตน์"ออกไปเจรจาม็อบ
             เมื่อเวลา 15.15 น. หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาสลับลุกขึ้นอภิปรายอย่างกว้างขวางแล้ว นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการ สรุปรายงานว่า คณะกรมธ.ชุดนี้เกิดจากการตั้งของสมาชิก เพราะอยากให้พิจารณาก่อนรับหลักการ หลายคนบอกว่าเป็นการเยื้อเวลา ทำให้เสียเวลา ซึ่งไม่ได้เสียวลา เพราะถ้าโหวตเมื่อวันที่ 24  ก.ย.แล้วไม่ผ่าน ญัตติต้องตกไป แล้วจะเข้าทางโคร ดังนั้นการเสียเวลาไปหนึ่งเดือนก้ไม่ถือว่าเสียเวลา และการทำงานก็ผ่านมาด้วยดี  และเป็นการรอร่างของไอลอว์เพื่อพิจารณาไปพร้อมกัน ซึ่งร่างไอลอว์ต้องรอฟังการชี้แจงของผู้เสนอก่อนว่าจะเป็นอย่างไร จึงยังตอบไม่ได้ว่าจะผ่านหรือไม่                นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้แจงว่า เมื่อไม่มีสมาชิกอภิปราย และกมธงได้ชี้แจงแล้ว เป็นอันว่าที่ประชุมรับทราบรายานดังกล่าวแล้ว                 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นหารือว่า บรรยากาศบริเวณนอกรัฐสภาขณะนี้มีการฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุมหลายครั้งแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้เตรียมกระสุนยางเตรียมที่จะใช้ความรุนแรง จึงขอให้ประธานประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่มาชุมนุม และให้ประชาชนเข้ามาชุมนุมตามสิทธิ์ได้ อย่างน้อยช่วยประสานไปยังเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ          นายพรเพชร กล่าวว่าตนเห็นด้วยและได้แจ้งให้เลขาธิการสภาฯประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าให้เกิดการรุนแรงขึ้น และทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม       นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐกล่าวว่าแนวทางการชุมนุมแม้จะใช้ตามสิทธิ์แต่ก็ควรใช้ตามกฎหมาย และที่สำคัญวันนี้เราทำหน้าที่กันในสภาก็อยากจะทำงานให้เต็มที่ตัดสินใจโดยอิสระ ไม่มีการกดดันจากประชาชนทุกกลุ่ม ตนคิดว่าวันนี้ไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว แต่มีหลายกลุ่มที่มาเรียกร้องต่อรัฐสภา จึงไม่อยากให้มากดดันการทำงานของเรา และอยากให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านดูแลความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภาเพื่อทำงานเต็มที่ เพราะการลงมติครั้งนี้เป็นสิ่งสำคัญและทำหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ด้านนายวิรัชกล่าวว่า ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายต้องอยู่นอกเขต 50 เมตร รอบรัฐสภาตามกฎหมาย หากใครใช้กำลังพยายามเพื่อบุกเข้ามากดดัน บรรดาเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเฉียบขาด          นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฟังดูที่นายวิรัชกล่าว เหมือนจะสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงได้ แต่ก็มองว่าควรจะมีการผ่อนปรนบ้าง และตั้งข้อสังเกตว่าการต้อนรับผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายแตกต่างกัน ผู้ชุมนุมที่สนับสนุนรัฐบาลสามารถเข้ามาเขตภายในได้            ขณะที่น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ตั้งคำถามว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ใช้วิธีการเจรจา แต่กลับใช้วิธีการฉีดน้ำและกระสุนยาง จึงขอให้ใช้มาตรการเป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย เพราะผู้ชุมนุมอยากจะมาติดตามการประชุมรัฐสภาและขอให้ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมทั้งสองฝ่ายปฏิบัติ หากรุนแรงกับประชาชนเช่นนี้ ก็ไม่ควรมีรัฐสภาอยู่ หรือจะยุบสภาไปเลย       นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอให้เปิดโอกาสให้มีตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย เข้ามารับฟังการประชุมรัฐสภาเพื่อลดแรงกดดัน เพราะบรรยากาศภายนอกกำลังถูกขู่ใช้กระสุนยาง นายพรเพชร จึงชี้แจงอีกครั้งว่า เลขาธิการสภาฯได้โทรหาตนว่ามีอำนาจหน้าที่อยู่แค่ภายในรัฐสภา ไม่สามารถไปจัดการข้างนอกได้ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ขอให้ประธานที่ประชุมควบคุมการประชุม เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป และจากการติดตามรายงานสดการชุมนุมด้านนอก ก็เป็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การชุมนุม และไม่ควรให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามารับฟังในรัฐสภา เพราะจะเป็นการกดดันการทำหน้าที่ จากนั้นเวลา 15.38 น.ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่างไอลอว์ โดยนายจอน อึ้งภากรณ์ ชี้แจงหลักการและเหตุผล