ประชาธิปัตย์เร่งขับเคลื่อน 3 กลไกช่วยชาติรับมือวิกฤติเศรษฐกิจ-โควิด-19
ประชาธิปัตย์เร่งขับเคลื่อน 3 กลไกช่วยชาติรับมือวิกฤติเศรษฐกิจและโควิด-19 สยบปัญหาภายในพรรค เร่งตรวจสอบคนของพรรคหากพัวพันผลประโยชน์หน้ากากอนามัยไล่ออกสถานเดียว ย้ำประเทศต้องอยู่เหนือพรรค
วันที่ 15 มี.ค.63 นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้(15มี.ค.)ว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจและโควิด-19ซึ่งนับเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกและส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยจะยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนานอีกหลายเดือนอาจถึง 2 ปีกว่าปัญหาจะหมดไปและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลและเป็นพรรคเก่าแก่ที่สุดมีคนของพรรคอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศตระหนักถึงภารกิจในการร่วมรับผิดชอบประเทศชาติและประชาชนของเราจึงให้ 3 กลไกการขับเคลื่อนของพรรคได้แก่ กลไกพรรค กลไกสภาฯ.และกลไกรัฐมนตรียกระดับการทำงานในทุกจังหวัดทั่วประเทศเดินหน้าร่วมแก้ไขปัญหากับรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลและทุกภาคส่วนรวมทั้งพรรคฝ่ายค้านเพราะภารกิจเพื่อชาติต้องร่วมมือกันไม่มีฝักฝ่ายไม่มีการเมืองมีแต่เรื่องบ้านเมืองโดยในวันที่ 17 มีนาคมนี้เวลา 10.00 น.ได้เรียกประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคกับคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคทุกภาคคือภาคกลางภาคภาคเหนือภาคใต้ภาคอีสานและภาคกทม.ที่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการยกระดับการทำงาน3กลไกของพรรคตามภารกิจดังกล่าว
ต่อคำถามเรื่องปัญหาภายในพรรคนั้น นายอลงกรณ์ตอบว่า เรื่องภายในพรรคจัดการได้ ไม่มีปัญหา คนของพรรคทุกคนเข้าใจวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ดังนั้น ต้องไม่ทำให้พรรคเป็นปัญหาของประเทศและต้องผนึกเอกภาพเพื่อเป็นอีกพลังที่ช่วยแก้ไขปัญหาของชาติ เพราะประเทศต้องมาก่อนพรรค
ส่วนคำถามที่ว่ามีที่ปรึกษาของรัฐมนตรีถูกทนายอัจฉริยะกล่าวหาพาดพิงเกี่ยวข้องการส่งออกหน้ากากอนามัยนั้น พรรคไม่เอาไว้แน่นอนถ้าผิดจริงต้องลงโทษขั้นเด็ดขาดไล่ออกสถานเดียว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของพรรค ท่านหัวหน้าพรรคในฐานะรัฐมนตรีพาณิชย์ให้นโยบายอธิบดีกรมการค้าภายในห้ามส่งออกหน้ากากอนามัยเพราะในประเทศยังไม่พอใช้ และถ้าใครเกี่ยวพันทุจริตไม่มีละเว้นเด็ดขาด
“วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและโควิด-19 ลามระบาดทั่วโลก หลายประเทศเริ่มปิดประเทศจำกัดการเดินทางห้ามกิจกรรมรวมกลุ่มการค้าหยุดชะงักคนไม่ออกจากบ้านทำให้เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่าเศรษฐกิจชัตดาวน์(Economic Shutdown)ในท้ายที่สุดหากยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจะทำให้วิกฤตการณ์ยืดเยื้ออีกหลายเดือนอาจถึง2ปีกว่าที่เศรษฐกิจจะเริ่มจุดติดอีกครั้งหนึ่งรวมทั้งประเทศไทยซึ่งรัฐบาลได้ใช้มาตรการรับมือโควิด-19 และดูแลเศรษฐกิจอย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนสำคัญที่สุดทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันนำพาประเทศให้พ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ให้จงได้”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด