"จรุงวิทย์" เผย รณรงค์โหวตโนได้ แต่ต้องไม่หวังผลล้มเลือกตั้ง

การเมือง14 มี.ค. 2562 • 16:51 น.
"จรุงวิทย์" เผย รณรงค์โหวตโนได้ แต่ต้องไม่หวังผลล้มเลือกตั้ง
"จรุงวิทย์" ระบุ รณรงค์โหวตโนได้ แต่ต้องไม่หวังผลล้มเลือกตั้ง ชี้ จัดลงคะแนนใหม่ไม่ลากยาว เสร็จก่อนประกาศผล หวั่นกระทบคำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ วันที่ 14 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มี.ค.นี้ ว่า ผู้มีสิทธิคนใดที่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ขอให้ไปใช้สิทธิในวันดังกล่าว เพราะชื่อได้ถูกตัดโอนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว หากวันที่ 17 มี.ค.ไม่ไปใช้สิทธิก็จะไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 24 มี.ค.ได้ ทั้งนี้ในวันใช้สิทธินอกจากตรวจสอบว่าตนเองเป็นผู้มีสิทธิอยู่ในลำดับที่เท่าไหร่แล้ว เพื่อให้สะดวกต่อการไปแจ้งต่อกรรมการประจำหน่วยแล้ว ขอให้ตรวจสอบบัญชีของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ติดไว้หน้าหน่วย เพราะมีผู้สมัครจำนวนมากที่มีปัญหาขาดคุณสมบัติ หากมีการไปลงคะแนนให้คนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นบัตรเสีย ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว กรรมการประจำหน่วยจะมีการจัดส่งบัตรลงคะแนนไปรวมไว้ที่ไปรษณีย์ และจะมีเจ้าหน้าที่ของกกต.ไปคัดแยกเพื่อให้ไปรษณีย์นำไปส่งยังเขตต่างๆ ของใช้สิทธิ โดยเขตจะทำการเก็บรักษาบัตรลงคะแนนไว้ในสถานที่ปลอดภัย มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแล รวมถึงผู้แทนของพรรคการเมือง ก็สามารถยื่นความจำนงขอติดตามการเก็บรักษาบัตรได้ โดยบัตรจะถูกนำออกมานับหลังการลงคะแนนในวันที่ 24 มี.ค. ส่วนการจัดสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่กทม. ที่เขตบางกะปิซึ่งมีจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากได้มีการจัดแยกไว้ 2 จุด คือ รร.มัธยมบ้านบางกะปิ และ รร.บ้านบางกะปิ โดยจากแผนงานการจัดเตรียมสถานที่ค่อนข้างมีความพร้อม ซึ่งจะมีผู้บริหารของสำนักงานกกต. ไปติดตามการลงคะแนน รวมทั้งได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร ซึ่งขณะนี้อุปกรณ์ในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าได้ถูกจัดส่งไปพร้อมแล้ว เลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงกรณีที่กกต.มีมติตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อตรวจสอบการที่สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ประกาศเทคะแนนให้ผู้สมัครรายอื่น และมีการรณรงค์โหวตโน ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนแล้ว ซึ่งการณรงค์โหวตโน ตามมาตรา 73 สามารถทำได้ แต่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นลักษณะที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เช่น ไปรณรงค์ให้โหวตโนเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ คณะกรรมการจึงต้องพิจารณาว่าจุดมุ่งหมายดังกล่าวทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งเรื่องเทคะแนนขณะนี้ยังระบุชัดเจน ในฐานความผิดมาตรา 73 ไม่ได้ จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน เริ่มตั้งกรรมการไต่สวนเพื่อเข้ามาดูว่าการกระทำดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ให้มีคะแนนโหวตโนมากกว่าซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการเลือกตั้งอยู่แล้ว เป็นดุลพินิจของกรรมการ ว่าจะคิดหรือทำอย่างไรในประเด็นทางข้อกฎหมายต่อไป พร้อมยืนยันรณรงค์โหวตโน สามารถทำได้แต่ถ้าวัตถุประสงค์หรือวิธีการผิด คณะกรรมการก็จะพิจารณาต่อไป แต่ยังไม่ขอระบุเรื่องบทลงโทษเพราะยังไม่ทราบว่าการกระทำจะเข้าข่ายขัดกฎหมายอย่างไร และยังไม่ได้คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองอย่างไร เมื่อถามว่าในอดีตที่มีการรณรงค์โหวตโนทำไมถึงสามารถทำได้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า กกต.ดูว่าเป้าหมายว่าทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ หรือ ทำในลักษณะที่มีเป้าหมายอื่นบางประการ เมื่อถามต่อว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าขณะนี้กกต.มุ่งพิจารณาแต่คำร้องของฝ่ายที่ตรงข้ามรัฐบาล พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า เราไม่ได้มองไปขนาดนั้น อะไรที่ดำเนินการได้ เราก็รีบทำให้เสร็จ ส่วนถ้าหากว่าการเลือกตั้งคะแนนโหวตโนชนะผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งและมีการเลือกตั้งใหม่ การจัดการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นก่อนการประกาศรับรองผล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการคิดคำนวณคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ส่วนกรณีที่มีการลงประวัติผู้สมัครที่ผิดพลาดในการลงข้อมูลของผู้สมัครนั้น ในกรณีที่เป็นเอกสารแนะนำตัว ได้ส่งใบแก้ไขไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่ในกรณีของสมาร์ทโหวตมีผิดพลาด 6 ราย ซึ่งได้แจ้งแก้ไขไปเรียบร้อย และขอน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น