เชิญออกจากประเทศ! อดีตหัวหน้าศรภ. กระตุกพวกปลื้มต่างชาติ อย่าดีแต่พูด
วันที่ 7 มิ.ย.65 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย และอดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ศรภ. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ระบุว่า...
ใครไม่อยากอยู่ในประเทศไทย เชิญออกไปตอนนี้ได้เลยครับ
ข้อมูลมีอยู่ว่าโลกมีประชากรประมาณ 700 ล้านคน
ท่ีตกอยู่ในภาวะ”หิว” และได้เพิ่มขึ้นหลังการระบาดของโควิด
อีกประมาณ 80-100 ล้านคน นอกจากนี้ ผลของสงครามยูเครน
ทำให้มีประชากรที่อดอยากเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 40 ล้านคน
ทั้งหมดนี้ สำนักข่าว TNN ได้นำมาสรุปว่า ปัจจุบันปี 2565
ประมาณ 440 ล้านคน - ไม่มีอาหารจะกิน
ประมาณ 1600 ล้านคน - มีอาหารกินแบบไม่มีคุณภาพและโภชนาการ
ประมาณ 250 ล้านคน - อยู่ในภาวะอดอยาก (มีกินบ้าง ไม่มีกินบ้าง)
ส่วนปัจจัยหลักท่ีทำให้อาหารขาดแคลน นั้น เป็นเรื่องที่เราทราบดี
อยู่แล้ว เช่น
• สงครามยูเครน ทำให้ขาด “ปุ๋ย” จึงผลิตอาหารทั้งของคนและ
สัตว์ได้น้อย ทำให้ขาดสารอาหารสำคัญ เช่น โปรตีนจากเนื้อ นม ไข่
และน้ำมันที่เป็นต้นทางการผลิตอาหาร รวมถึงเรื่องการนำผลผลิตทางการเกษตร ออกสู่ตลาดโลกไม่ได้ และค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น
• ผลจากสภาวะโลกร้อนที่ทำให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรง
ในประเทศที่ผลิตอาหารโลก เช่น จีน อินเดีย แอฟริกา ฯลฯ ทำให้เกิด
ความแห้งแล้ง บ้างก็ฝนตกหนัก น้ำท่วม ไฟไหม้ป่า ฯ
• การนำพืชอินทรีย์ ท่ีเป็นอาหารมาแปรรูป เป็นพลังงานทดแทน
เพิ่มมากขึ้น ฯลฯ
ในส่วนของประเทศไทยนั้น โชคดี ที่ในหลวง ร.9 ทรงพระราชทาน
“ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” และ “เกษตร ทฤษฎีใหม่”
ท่ีทำกันต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้ว
ทำให้ประเทศไทยไม่ขาดแคลนอาหาร ทั้งยังเป็นอาหารมีโภชนาการครบถ้วน ซึ่งนานาชาติ รวมทั้ง UN ถือว่าเป็นการพัฒนาท่ียั่งยืน
และนำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนา ถือเป็นนโยบายหลักของ UN
ในปัจจุบัน
กล่าวได้ว่า พระบารมีของ ในหลวง ร.9 ยังทรงคุ้มครองประเทศไทยอยู่จนถึงบัดนี้
ประเทศไทยเราจึงได้รับผลกระทบจากเรื่องการขาดแคลนอาหาร
น้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย ถ้ากินอยู่อย่างพอตัว
เพราะนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฏีใหม่
ทำให้เกิดการปลูกพืชแบบผสมผสาน เน้นการกินในครอบครัว
ให้เพียงพอก่อน จึงนำออกมาจำหน่าย
รายงานของฝ่ายวิจัยและข้อมูล สถาบันอาหาร
กระทรวงอุตสาหกรรม ได้สรุปสถานการณ์อาหารประเทศไทยว่า
ในเดือนเมษายน 2565
การส่งออกสินค้าอาหารไทยมีมูลค่า 114,644 ล้านบาท
ขยายตัว +21.2% ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น
•ความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทำให้ราคาสินค้าประเภทอาหารปรับตัวสูงขึ้นด้วย
• เงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังระบุด้วยว่า
..ในภาพรวมแล้ว ไทยจัดเป็นกลุ่มประเทศที่จะได้รับประโยชน์จากวิกฤติอาหารโลก เพราะมีผลผลิตส่วนเกินสามารถส่งออกนำรายได้เข้าประเทศได้ และเป็นประเทศที่เกินดุลการค้าอาหารสุทธิอันดับ 7 ของโลก(มี 50 ประเทศ จาก 220 ประเทศในโลก ที่เกินดุลการค้าอาหาร)..
อย่างไรก็ตาม ปัญหาท่ีอาจกระทบต่อความมั่นคงทาง
อาหารของไทยในอนาคต
การใช้น้ำในอุตสาหกรรมท่ีไม่ใช่เพื่อการผลิตอาหาร
มากเกินความจำเป็น
ใช้ทรัพยากรอาหารท่ีมีอย่างสิ้นเปลือง
การขาดแรงงานภาคการเกษตร การลดลงของที่ดินทำการเกษตร และแหล่งกักเก็บน้ำ
แหล่งน้ำถูกทำลายจากการทำอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งการใช้
สารเคมีเพื่อการเพาะปลูกในส่วนที่เป็นต้นน้ำลำธาร
***การย้ายถิ่นฐานของประชากรจากประเทศท่ีอดอยาก
เข้ามาอยู่ในไทย เช่น ผู้เข้ามาอยู่แบบ long stay หรือพวกย้ายถิ่นฐานโดยเฉพาะ
จากกลุ่มประเทศยุโรป (ฝรั่งยากจน) และผู้หลบหนีเข้าเมือง
“กลุ่มคนพวกนี้จะมาแบ่งสัดส่วนอาหาร” โดยอ้างหลักมนุษยธรรม
ซึ่งอาจทำให้เกิดวิกฤติอาหารในไทยได้ในอนาคต หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ***
เท่าที่กล่าวมานี้ ใครที่ปลื้มต่างชาตินัก
ก็รีบๆออกจากแผ่นดินนี้ไปเลยครับ
เค้าคงมีบัตรปันส่วนอาหารแจกให้บ้าง
อย่าเอาแต่พูดอย่างเดียว รีบไปด่วนเลยครับ
พลโท นันทเดช / 7 มิถุนา’65