"โฆษกสภาฯ" แจงยิบโควต้าสลากฯ หวังหารายได้เข้ากองทุนสวัสดิการช่วยอดีตส.ส.-ส.ว.

การเมือง27 เม.ย. 2565 • 10:52 น.
"โฆษกสภาฯ" แจงยิบโควต้าสลากฯ หวังหารายได้เข้ากองทุนสวัสดิการช่วยอดีตส.ส.-ส.ว.
"โฆษกสภาฯ" แจงยิบโควต้าสลากฯ ชี้ทำสัญญาตั้งแต่ปี 54 หวังหารายได้เข้ากองทุนสวัสดิการช่วยอดีตส.ส.-ส.ว. ยันใช้เงินถูกต้องตรงวัตถุประสงค์ วันที่ 27 เม.ย.65 ว่าที่เรือตรี ยุทธนา สำเภาเงิน ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลของสโมสรรัฐสภา ตามที่ปรากฏในข่าวว่าอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยข้อมูลในการได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของสโมสรรัฐสภานั้น ว่าการบริหารจัดการสโมสรรัฐสภานั้น อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการสโมสรรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่งานด้านธุรการทั่วไปของสโมสรรัฐสภา วัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนกิจการของรัฐสภา เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ รวมทั้งจัดบริการอาหารและเครื่องดื่มให้แก่สมาชิกสโมสรรัฐสภา ตลอดจนการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์กับองค์กรอื่น และการจัดการด้านสงเคราะห์แก่มวลสมาชิกและสาธารณกุศล ทั้งนี้ รายได้หลักของสโมสรรัฐสภา ได้มาจากการเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง และค่าบริการจากสมาชิกสโมสรรัฐสภา โฆษกสภาฯ กล่าวว่า เมื่อปี 2554 ได้มีคำสั่งรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหารายได้เข้ากองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการหารายได้เข้ากองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากในขณะนั้นกองทุนดังกล่าวยังไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางรัฐบาล จะมีเพียงรายได้ที่มาจากการสนับสนุนของสมาชิกรัฐสภารายละ 500 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการช่วยเหลืออดีตสมาชิกรัฐสภาที่เกิดเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพ ดังนั้น คณะกรรมการจัดหารายได้ฯ จึงได้มีมติเห็นชอบให้ขอสิทธิพิเศษจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการขอโควตาสลากเพื่อการกุศล เพื่อนำมาจำหน่ายหารายได้เข้ากองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยสโมสรรัฐสภาทำสัญญากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และให้ผู้จัดการสโมสรรัฐสภาเป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีการจำหน่ายสลากเพื่อการกุศล ได้ดำเนินการจำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรสลากกาชาดพิเศษ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยให้กับคณะกรรมการจัดหารายได้ฯ ไปจำหน่าย จำนวน1,000 เล่ม ตั้งแต่งวดวันที่ 1 ก.ค.54 ถึงงวดวันที่ 16 ก.ค.56 รวม 50 งวด ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายสลากเพื่อการกุศลครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 18,000,000 บาท โดยจัดสรรให้กับ 1. กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จำนวน 10,000,000 บาท 2. สโมสรรัฐสภา จำนวน 4,000,000 บาท 3. ผู้จำหน่ายสลากเพื่อการกุศล จำนวน 4,000,000 บาท ว่าที่เรือตรี ยุทธนา กล่าวอีกว่า ครั้งที่ 2 คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับคณะกรรมการจัดหารายได้ฯ ไปจำหน่าย จำนวน 100 เล่ม รวม 48 งวด ตั้งแต่งวดวันที่ 1 พ.ย.55 ถึงงวดวันที่ 16 ต.ค.57 ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายสลากเพื่อการกุศลครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,344,000 บาท โดยจัดสรรให้กับ 1. กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จำนวน 944,000 บาท 2. สโมสรรัฐสภา จำนวน 400,000 บาท ครั้งที่ 3 คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรสลากการกุศลให้กับสโมสรรัฐสภาเพื่อหารายได้สนับสนุนกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพิ่มอีกงวดละ 1,000 เล่ม รวมกับที่ได้รับอยู่เดิม งวดละ 1,000 เล่ม รวมเป็นได้รับการจัดสรร จำนวน 2,000 เล่ม ตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค.56 ถึงงวดวันที่ 16 ก.ค.58 รวม 48 งวด ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายสลากเพื่อการกุศลครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 28,000,000 บาท โดยจัดสรรให้กับ1. กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จำนวน 10,000,000 บาท 2. สโมสรรัฐสภา จำนวน 18,000,000 บาท ว่าที่เรือตรี ยุทธนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันได้มีพ.ร.บ.กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเริ่มต้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเงินของกองทุนฯ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามาโดยตลอด เช่น การจ่ายเงินกองทุนเลี้ยงชีพ การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีรักษาพยาบาล กรณีทุพพลภาพ และกรณีถึงแก่กรรม เป็นต้น ส่วนเรื่องโควตาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อหารายได้เข้ากองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 และสิ้นสุดในปี 2558 โดยมีบัญชีเงินฝากของสโมสรรัฐสภา ทั้งหมด 5 บัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,934,917.13 บาท ซึ่งบัญชีดังกล่าวเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ได้มีหนังสือถึงผู้จัดการธนาคารกรุงไทยเพื่อขอระงับการเบิก – ถอนเงินของสโมสรรัฐสภาไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.63 จนกว่าจะมีคณะกรรมการสโมสรรัฐสภาชุดใหม่ มาดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างยกร่างข้อบังคับสโมสรรัฐสภา จึงยังไม่มีคณะกรรมการสโมสรรัฐสภาชุดใหม่ โดยสมุดบัญชีของสโมสรรัฐสภาอยู่ในความดูแลของสำนักการคลังและงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร